บทที่ 2. พระคริสตธรรมคัมภีร์เชื่อถือได้

กลุ่มกบฏที่ลือชื่อได้จมเรือบาวน์ตี้ของอังกฤษ และสิ้นสุดลงด้วยการตั้งรกรากอยู่กับหญิงพื้นเมืองบนเกาะพิทเครน ซึ่งตั้งอยู่โดดเดี่ยวในมหาสมุทรแปซิฟิคตอนใต้ ทั้งกลุ่มมี

กะลาสีเรือชาวอังกฤษเก้าคน ชายชาวตาฮิติหกคน หญิงชาวตาฮิติสิบคนและหญิงสาวอายุสิบห้าหนึ่งคน กะลาสีเรือคนหนึ่งรู้จักวิธีหมักสุรา ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นสาเหตุการดื่มสุราเมามายและปัญหาการชกต่อยของชาวเกาะกลุ่มนี้ ทั้งชายหญิงที่รุนแรงมากขึ้น

หลังจากนั้นไม่นาน อเล็กซานเดอร์ สมิธ ต้นแบบของชายทั้งหมดที่รอดชีวิตมาถึงเกาะนี้ ได้เริ่มอ่านพระคริสตธรรมคัมภีร์ที่เขาหยิบจากลิ้นชักบนเรือและสอนคนอื่นๆ ในที่สุดไม่เพียงแต่ชีวิตของเขาเท่านั้นที่เปลี่ยนไป ทุกชีวิตบนเกาะแห่งนี้ได้เปลี่ยนตามเขาเช่นกัน

ชาวเกาะแยกตัวจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง จนกระทั่งปี ค.ศ. 1808 เรือโทปาซของอเมริกามาเยือนเกาะแห่งนั้น ลูกเรือพบว่าสังคมบนเกาะมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง ไม่มีเหล้า ไม่มีเรือนจำ ไม่มีคดีอาชญากรรม แน่นอนว่าพระคัมภีร์ได้เปลี่ยนสภาพนรกบนเกาะนี้ ให้กลายเป็นแผ่นดินโลกต้นแบบตามพระทัยของพระเจ้าจวบจนทุกวันนี้

พระเจ้ายังทรงตรัสกับมนุษย์ทุกชาติทุกภาษาผ่านทางหน้าหนังสือพระคริสตธรรมคัมภีร์อยู่หรือไม่? พระองค์ยังทรงทำเช่นนั้นแน่นอน ขณะที่กำลังเขียนบทเรียนอยู่นี้ ผมได้เหลือบไป เห็นกระดาษคำตอบของนักเรียนในชั้นเรียนพระคริสตธรรมคัมภีร์คนหนึ่ง เขียนเป็นบรรทัดสุดท้ายว่า “ฉันเดินทางผิด ฉันเป็นนักโทษประหารในคุกรัฐยูทาร์ แต่หลัง

จากที่ฉันศึกษาพระคริสตธรรมคัมภีร์ เดี๋ยวนี้ชีวิตฉันมีจุดมุ่งหมายและฉันพบรักใหม่”

พระคริสตธรรมคัมภีร์มีอานุภาพในการเปลี่ยนชีวิตความเป็นอยู่ของชาวโลกได้จริง ใครก็ตามเมื่อเริ่มศึกษาพระธรรมอย่างจริงจัง ชีวิตความเป็นอยู่ของเขาจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมืออย่างแน่นอน

ในบทเรียนนี้ประกอบด้วย

  1. พระเจ้าตรัสกับเราด้วยพระคริสตธรรมคัมภีร์
  2. ใครเป็นผู้เขียนพระคริสตธรรมคัมภีร์?
  3. ความเป็นหนึ่งเดียวของพระคัมภีร์
  4. ท่านสามารถเชื่อมั่นในพระคัมภีร์ได้
  5. วิธีเข้าใจพระคริสตธรรมคัมภีร์
  6. พระคริสตธรรมคัมภีร์สามารถเปลี่ยนชีวิตของท่านได้

<< หน้าก่อน หน้าถัดไป >>