ข้อที่ 2. คริสตจักรที่พระคริสต์ทรงเป็นผู้ก่อตั้ง

        พระคริสต์มีคริสตจักรหรือไม่ หรือการคิดจัดตั้งองค์กรทางศาสนาเป็นเพียงการก่อสร้างของมนุษย์เท่านั้น? พระเยซูทรงตอบว่า 

        “บนศิลานี้ เราจะสร้างคริสตจักรของเราไว้ และพลังแห่งความตายจะมีชัยต่อคริสตจักรไม่ได้” มัทธิว 16:18 

        พระเยซูทรงเป็นศิลาหลัก ทรงเป็นศิลาหัวมุมของคริสตจักร กลุ่มใดบ้างที่เป็นรากฐานที่ก่อร่างสร้างขึ้น?

        “ท่านทั้งหลายถูกก่อร่างสร้างขึ้นบนรากฐานของบรรดาอัครฑูตและบรรดาผู้เผยพระวจนะ มีพระเยซูคริสต์เป็นศิลาหัวมุม” เอเฟซัส 2:20

        เมื่อมีการประกาศข่าวประเสริฐ พระเจ้าทรงประสบความสำเร็จในสิ่งใด?

        “โปรดให้คนทั้งหลายที่กำลังจะรอด เพิ่มจำนวนเข้ามาในโบสถ์มากยิ่งขึ้นทุกๆวัน”- กิจการของอัครทูต 2:47 


        เมื่อพระเยซูทรงสร้างคริสตจักร พระองค์ทรงสัญญาว่า “พลังแห่งความตายจะมีชัยต่อคริสตจักรไม่ได้” (มัทธิว 16:18) และคริสตจักรของคริสเตียนจะคงอยู่ต่อไป แท้จริงแล้วคริสตจักรมีศัตรูที่มีอำนาจยิ่งใหญ่มากตั้งแต่จักรพรรดิ์โรมันไปจนถึงเผด็จการคอมมิวนิสต์ แต่ด้วยการเสียสละชีวิตของผู้พลีชีพทำให้คริสตจักรยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องและแข็งแกร่ง เมื่อคริสตชนคนใดคนหนึ่งถูกกดขี่ข่มเหงจากอำนาจใดก็ตาม โดยการถูกเผาทั้งเป็นหรือถูกโยนให้เป็นเหยื่อสิงโต คริสตชนคนอื่นๆ ยังคงยืนหยัดในความเชื่อของตนและลุกขึ้นมาต่อสู้แทนผู้ยอมพลีชีพเหล่านั้น ผู้ที่สงสัยในความเชื่อของคริสตชนได้พยายามหาเหตุผลที่ดีที่สุดที่จะขจัดโบสถ์คริสเตียนไปให้พ้นทาง แต่ความเชื่อที่เป็นความจริงของคริสตชนที่ปรากฏขึ้นสามารถอธิบายได้อย่างชัดเจน สามารถโน้มน้าวจิตใจคนได้มากกว่าอำนาจทางโลกใดๆ แม้ในยุควิทยาการสมัยใหม่ก็ตาม


        หนึ่งในความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ของคริสตจักรได้มาถึงในเวลาไม่นานนัก หลังจากที่คริสตจักรได้รับการยอมรับให้เป็นศาสนาอย่างเป็นทางการของจักรวรรดิ์โรมัน คริสตจักรได้เจริญรุ่งเรืองด้านทรัพย์สินขึ้นเป็นลำดับจนในที่สุดก็ตกอยู่ในสภาพเสื่อมโทรม ดูเหมือนว่าในยุคมืดคริสตจักรได้ตายฝ่ายจิตวิญญาณไปเสียแล้ว แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงปกปักษ์รักษาบรรดาผู้มีความเชื่อที่ซื่อสัตย์และกล้าหาญคนสำคัญๆ ไว้ ซึ่งในภาวะลำบาก สิ้นหวังและเปล่าเปลี่ยว พระองค์ยังทรงทำให้เขาเหล่านั้นกลับกลายเป็นดาวจรัสแสงโชติช่วงขึ้นมาอีกครั้งในคืนเดือนมืด 


        อัครทูตเปาโลได้เปรียบเทียบความสัมพันธ์ของพระผู้เป็นเจ้ากับคริสตจักรของพระองค์เป็นเสมือนสามีดูแลปกป้องภรรยาของตน (เอเฟซัส 5:23-25) คริสตจักรเป็นครอบครัวซึ่งสมาชิกแต่ละคนจะมีสามัคคีธรรมร่วมกับธรรมิกชนคนอื่นๆ และคอยช่วยเหลือกันและกันเพื่อให้มีความเป็นอยู่ที่ดี (เอเฟซัส 2:19) 


        นอกจากนี้เปาโลเปรียบคริสตจักรเป็นกายที่มีชีวิตและพระคริสต์ทรงเป็นศีรษะของกายนั้น (โคโลสี 1:18)

        เมื่อเรารับบัพติศมาหมายความว่าเราเปิดเผยความเชื่อที่มีต่อพระเยซูและเป็นสมาชิกของ “กาย” นี้หรือคริสตจักร

        “เราทั้งหลายได้รับบัพติศมา ในพระวิญญาณองค์เดียวเข้าเป็นกายเดียวกัน...” 1 โครินธ์ 12:13


        พระธรรมวิวรณ์ให้เห็นภาพพระคริสต์ทรงฟื้นพระชนม์และเดินอยู่ท่ามกลางคริสตจักรทั้งหลายของพระองค์ เพื่อแสดงถึงความสนพระทัยต่อคริสตจักรเหล่านั้น (วิวรณ์ 1:20, 12, 13) พระองค์ไม่เคยทอดทิ้งประชากรของพระองค์ แม้ในอนาคตพระองค์ก็จะไม่กระทำเช่นนั้น
 
<< หน้าก่อน                                  หน้าถัดไป >>
Comments