ข้อที่ 1. พระเยซูทรงดลใจให้เราเติบโตโดยการแบ่งปัน

        บรรดาอัครสาวกใช้เวลาสามปีครึ่งคลุกคลีกับพระวจนะและภารกิจของพระคริสต์ และในที่สุดก็ถึงการสิ้นพระชนม์และการฟื้นคืนพระชนม์ของพระองค์ ขณะที่พระเยซูเสด็จกลับไปสวรรค์ พระองค์ทรงแต่งตั้งให้บรรดาอัครสาวกของพระองค์เป็นผู้แทนส่วนพระองค์

        “พวกท่านจะได้รับพระราชทานฤทธานุภาพ เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์เสด็จมาเหนือท่าน และท่านทั้งหลายจะเป็นสักขีพยานของเรา....และจนถึงที่สุดปลายแผ่นดินโลก” กิจการของอัครทูต 1:8 

        เมื่อผู้ติดตามพระคริสต์มอบหัวใจให้พระองค์ในวันเพ็นเทคอสต์อย่างหมดสิ้น พระคริสต์ผู้ทรงฟื้นและทรงเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตพวกเขาผ่านทางฤทธิ์เดชของพระวิญญาณ ไม่เพียงแต่พวกเขาจะเป็นพยานถึงการฟื้นคืนพระชนม์และการเสด็จขึ้นบนสวรรค์ขององค์พระคริสต์ด้วยร่างกายเท่านั้น แต่ฤทธิ์เดชของการฟื้นคืนพระชนม์ได้เปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนินชีวิตแก่เขาเหล่านั้นด้วย

        ในฐานะที่เป็นคริสตชนเราจึงเป็นพยานถึงการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซู เพราะเราได้รับฤทธิ์อำนาจแห่งการเกิดใหม่ของพระองค์ในชีวิตของเรา

        “พระเจ้าทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา พระองค์ทรงรักเราโดยความรักอันใหญ่หลวงของพระองค์ ถึงแม้ว่าเราเป็นคนตายเนื่องจากการละเมิด พระองค์ยังทรงทำให้มีชีวิตอยู่ร่วมกับพระคริสต์ (พวกท่านได้รับความรอดแล้วด้วยพระคุณ) และพระองค์ทรงทำให้เราเป็นขึ้นมาด้วยกันกับพระคริสต์ และทรงให้เรานั่งด้วยกันกับพระองค์ในสวรรคสถานในพระเยซูคริสต์ เพื่อว่า...พระองค์จะทรงสำแดงพระคุณอันอุดมเหลือล้นของพระองค์ ด้วยพระกรุณาที่มีต่อเราในพระเยซูคริสต์” เอเฟซัส 2:4-7

        เราได้รับการสร้างให้มีชีวิตใหม่ในพระคริสต์ เพื่อจะสามารถสำแดงถึง “พระคุณอันอุดมเหลือล้นของพระองค์” และพระองค์ทรงขอให้เรานำเอาข่าวดีเกี่ยวกับการที่พระองค์ได้ทรงกระทำให้แก่ชีวิตมนุษย์ ออกไปบอกเล่าแก่คนทั่วโลก พระองค์ทรงสัญญาว่าถ้าเราทำอย่างนั้นพระองค์จะอยู่กับเราทั้งหลายตลอดไป (มัทธิว 28:19-20)

        ครั้งหนึ่ง อาจารย์ เอช. เอ็ม. เอส. ริชาร์ด ผู้ก่อตั้งสถานีวิทยุของโรงเรียนวิถีแห่งชีวิต ในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เป็นพยานว่า 

        “ผมเคยเห็นการเปลี่ยนแปลงจิตใจของคนที่ได้ยินข่าวประเสริฐของพระคริสต์ ผมเดินทางไปหลายแห่งซึ่งไม่เคยได้ยินพระนามพระผู้เป็นเจ้าหรือพระคริสต์มาก่อน จนกระทั่งโบสถ์ของพระองค์ไปประกาศข่าวประเสริฐขึ้นที่นั่น ผมจึงได้เห็นคนเหล่านี้เปลี่ยนแปลง จากความที่เคยสกปรกเป็นความสะอาด จากความเจ็บไข้ได้ป่วยเป็นสุขภาพที่แข็งแรง จากความกลัวในวิญญาณชั่วที่เกิดขึ้นตลอดเวลาเป็นความร่าเริงยินดีในการดำเนินชีวิตคริสตชน ผมเห็นการเปลี่ยนแปลงสถานะความเป็นหญิง ผมเห็นบ้านคริสตชนอย่างแท้ที่หลุดจากความมืดมนของพวกนอกศาสนา ทุกแห่งที่ผมไปเยี่ยมผมเห็นการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนไป ผมรู้ว่า ‘ข่าวประเสริฐของพระคริสต์.....เป็นฤทธานุภาพของพระเจ้า เพื่อให้ทุกคนที่เชื่อได้รับความรอด’ (โรม 1:16) ผมรู้ว่าเมื่อใดที่คริสตจักรประกาศข่าวประเสริฐ เมื่อนั้นการเปลี่ยนแปลงจะมาแทนที่ในจิตใจมนุษย์ และในบ้านของเขา จะเห็นได้ในชีวิตของผู้ที่ตอบรับการเรียกร้องนั้น”

        พระเจ้าทรงให้บทบาทพิเศษแก่เรามนุษย์ที่อ่อนแอ เราทั้งหมดมีส่วนร่วมในภารกิจที่น่าตื่นเต้นนี้ เพื่อให้มีความเชื่อความศรัทธาที่ยังคงแข็งแกร่งต่อไปจึงต้องมีการแสดงออกให้ผู้อื่นรับรู้ ขณะที่แลร์รี่ค้นพบอย่างน่าตื่นเต้น การแบ่งปันในความเชื่อของเราจะช่วยให้มีประสบการณ์สมบูรณ์มากยิ่งขึ้นและ ทำให้เราเจริญเติบโต
 
<< หน้าก่อน                                  หน้าถัดไป >>
Comments