บทที่ 20. เคล็ดลับการเติบโตด้วยการเข้าร่วมสามัคคีธรรม

        ช่วงต้นทศวรรษ 1960 แอนดรูว์จากประเทศฮอลแลนด์ได้ลักลอบนำพระคริสตธรรมคัมภีร์จำนวนหนึ่งขึ้นรถของเขาเพื่อข้ามแดนประเทศโรมาเนียและผ่านด่านคอมมิวนิสต์ เขาพักที่โรงแรมและเริ่มอธิษฐานทูลขอพระเจ้าให้พระคัมภีร์ที่ติดตัวมานั้นได้ตกอยู่ในมือของกลุ่มคริสเตียนที่ชอบธรรมเพื่อให้เกิดประโยชน์เต็มที่
 
        ช่วงสุดสัปดาห์นั้น แอนดรูว์ได้พบเจ้าหน้าที่โรงแรมเพื่อถามหาโบสถ์ในละแวกนั้น 
 
        เจ้าหน้าที่คนนั้นมองเขาด้วยความประหลาดใจเล็กน้อยและตอบว่า “ที่นี่มีโบสถ์เพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น และคุณอาจจะไม่เข้าใจภาษาที่เขาใช้พูดกันด้วยนะครับ” 
 
        แอนดรูว์ตอบว่า “คุณอาจจะยังไม่ทราบว่า คริสตชนเราพูดภาษาที่เป็นภาษาสากลนะครับ” 
 
        เจ้าหน้าที่คนนั้นถามขึ้น “ หรือครับ ภาษาอะไรกันครับ?” 
 
        “เขาเรียกว่าภาษา อากาเป้ ครับ” แอนดรูว์ตอบ 
 
        เจ้าหน้าที่คนนั้นไม่เคยได้ยินภาษานี้มาก่อน แต่แอนดรูว์ก็ได้ให้ความมั่นใจแก่เขาว่า “เป็นภาษาที่ไพเราะเพราะพริ้งที่สุดในโลกเลยทีเดียวนะครับ”
 
        แอนดรูว์ได้รู้จักกลุ่มคนจากโบสถ์หลายแห่งในบริเวณนั้น เขาจึงนัดเวลาเพื่อเข้าพบประธานและเลขาธิการของคริสตจักรนิกายต่างๆ โชคไม่เข้าข้างเอาเสียเลย ถึงแม้ว่าทั้งแอนดรูว์และกลุ่มคณะโบสถ์จะรู้ภาษาแถบยุโรปหลายภาษาก็ตาม แต่เขาก็ยังพูดกันไม่รู้เรื่องอยู่ดี ดังนั้นพวกเขาจึงได้แต่จ้องหน้าจ้องตากัน แอนดรูว์อุตส่าห์นำของมีค่าเดินทางฝ่าอันตรายมาหลายกิโลเมตร แต่ดูเหมือนเขาไม่มีทางรู้ได้เลยว่า กลุ่มผู้นำเหล่านั้นเป็นพี่น้องคริสตชนที่แท้จริง หรือเป็นคนส่งข่าวให้รัฐบาลกันแน่
 
        ในที่สุดเขาสะดุดตาพระคริสตธรรมคัมภีร์ภาษาโรมาเนียซี่งวางอยู่บนโต๊ะในห้องทำงาน แอนดรูว์จึงหยิบพระคัมภีร์ภาษาดัชท์ออกจากกระเป๋าของเขา เปิดและพลิกไปที่พระธรรม 1 โครินธ์ 16:20 เขาชี้ไปที่พระวจนะเล่มที่กลุ่มคณะโบสถ์จะสามารถจำได้ ทันใดนั้นใบหน้าของกลุ่มพี่น้องเริ่มเปล่งประกาย เขาเหล่านั้นได้พลิกพระคัมภีร์ภาษาโรมาเนียด้วยความรวดเร็วไปที่พระธรรมเล่มเดียวกัน บทเดียวกัน ข้อเดียวกันและอ่านว่า “พี่น้องทุกคนฝากคำทักทายมายังท่าน จงทักทายกันด้วยธรรมเนียมจูบอันบริสุทธิ์” สมาชิกโบสถ์เหล่านั้นส่งยิ้มให้แอนดรูว์อย่างอบอุ่น และหนึ่งในพวกเขาได้มองไปที่พระคัมภีร์ของแอนดรูว์แล้วพบพระวจนะสุภาษิต 25:25 แอนดรูว์ได้อ่านพระวจนะนั้น “ข่าวดีจากเมืองไกล ก็เหมือนน้ำเย็นที่ให้แก่คนกระหาย”
 
        เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมงพวกเขาคุยกันและแบ่งปันกันด้วยการเปิดพระวจนะในพระคัมภีร์ภาษาโรมาเนียของกลุ่มสมาชิกโบสถ์สลับกับพระคัมภีร์ภาษาดัชท์ของแอนดรูว์ การร่วมสามัคคีธรรมที่อุตส่าห์ข้ามด่านวัฒนธรรมต่างๆ ทำให้พวกเขามีความสุขมากจนกระทั่งหัวเราะทั้งน้ำตา 
 
        คราวนี้แอนดรูว์รู้แล้วว่าเขาได้พบพี่น้องในพระคริสต์ของเขาแล้ว จึงพากลุ่มสมาชิกโบสถ์ไปดูพระคัมภีร์ที่เขานำมา ชาวรูเมเนียรู้สึกซึ้งใจและดีใจอย่างท่วมท้นที่ได้เห็นพระคัมภีร์เหล่านั้น พวกเขาเข้าสวมกอดแอนดรูว์ด้วยความรักที่อบอุ่น
 
        เย็นวันนั้นที่โรงแรม เจ้าหน้าที่คนเดิมได้มาหาแอนดรูว์แล้วพูดว่า “คุณครับ ผมไปหาศัพท์คำว่า “อากาเป้” ในพจนานุกรม ไม่เห็นมีเลยครับ นั่นเป็นเพียงคำในภาษากรีกที่ใช้สำหรับ “ ความรัก” ครับ”
 
        แอนดรูว์ตอบ “นั่นแหละ ใช่เลย.... ผมใช้ภาษารักนั่นแหละพูดตลอดบ่ายนี้เลยครับ”
 
        แล้วท่านล่ะ พบภาษาที่ไพเราะและสวยงามนั้นแล้วหรือยัง? ในบทนี้ท่านจะได้เรียนรู้ถึงวิธีที่พระเจ้าทรงนำเราเข้าสู่อ้อมกอดความรักอันยิ่งใหญ่ของพระองค์
 
 
ในบทเรียนนี้คุณจะได้เรียน
  1. คริสตจักรที่สร้างขึ้นเพื่อสามัคคีธรรม
  2. คริสตจักรที่พระคริสต์ทรงเป็นผู้ก่อตั้ง
  3. คริสตจักรที่มีจุดมุ่งหมาย
  4. การจัดรูปแบบองค์กรเพื่อความแข็งแกร่ง
  5. ความชื่นชมยินดีจากการร่วมนมัสการ
  6. คริสตจักรมีความถูกต้องอะไร?
  7. เสาะหาโบสถ์
 
<< หน้าก่อน                                  หน้าถัดไป >>