ข้อที่ 3. พระเจ้าเสด็จมาสร้างมิตรกับทุกคน

        พระเจ้าผู้ทรงสร้างสวรรค์ให้เจิดจรัสด้วยหมู่ดาวผู้ทรงสร้างจักรวาล เป็นองค์เดียวกับผู้ทรงสร้างมิตรภาพที่ใกล้ชิดกับมนุษย์ พระองค์ทรงสนทนากับโมเสสสองต่อสองว่า “พระเจ้าเคยตรัสสนทนากับโมเสส.... เหมือนมิตรสหายสนทนากัน” (อพยพ 33:11) และพระเจ้าจะทรงสนทนากับท่านสองต่อสองจนกลายเป็นมิตรของท่านพระเยซูทรงสัญญากับผู้ติดตามพระองค์ว่า “ท่านก็จะเป็นมิตรสหายของเรา” (ยอห์น 15:14)
 
        การที่มนุษย์แสวงหาศาสนาเป็นเรื่องที่เป็นไปตามธรรมชาติ เราทั้งหลายจึงคลุกคลีกับความคิดอ่านของพระเจ้าเสมอ จะเห็นได้ว่าไม่มีสัตว์ชนิดใดที่รู้จักสร้างแท่นบูชาเพื่อนมัสการพระเจ้า ที่ใดก็ตามที่ท่านพบมนุษย์ท่านจะพบคนเหล่านั้นนมัสการพระหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นั่น เป็นสัญชาตญานในส่วนลึกแห่งก้นบึ้งหัวใจของมนุษย์ทุกคนที่คอยเฝ้ากราบไหว้นมัสการ มีความรู้สึกอยากเป็นมิตรกับพระเจ้า ดังนั้นเมื่อใดที่เราเข้าหาพระองค์ตามที่ใจเราปรารถนา เมื่อนั้นก็แสดงว่าเราเข้าใจความปรารถนาของตนเองและไม่สงสัยถึงการมีอยู่จริงของพระองค์
 
        ในช่วงทศวรรษ 1990 ในประเทศรัสเซียเมื่อครั้งเป็นสหภาพโซเวียตเดิมมีผู้ไม่เชื่อว่าพระเจ้ามีจริง นับล้านๆ คนได้ละทิ้งลัทธิเดิมและหันเข้าหาพระองค์ ศาสตราจารย์ในมหาวิทยาลัยที่เซนต์ ปีเตอร์เบิร์ก เสนอบทความแสดงความคิดเห็นของกลุ่มผู้กลับใจมาเชื่อพระเจ้าว่า
 
        “ผมได้พบความหมายของชีวิตจากการทำวิจัยตามหลักวิทยาศาสตร์แต่ก็ให้ความมั่นใจอะไรไม่ได้เลย นักวิทยาศาสตร์รอบๆ ตัวผมรู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน ในการศึกษาดาราศาสตร์เมื่อมองจักรวาลอันกว้างใหญ่ ผมก็ยิ่งพบความว่างเปล่าในจิตวิญญาณ รู้สึกว่านี่ควรมีความหมายบางอย่าง เมื่อผมอ่านพระคริสตธรรมคัมภีร์ที่ท่านให้มา ความว่างเปล่าของผมได้รับการเติมเต็ม เมื่อพบว่าพระคัมภีร์เป็นหนึ่งเดียวที่เพิ่มความมั่นใจให้กับจิตวิญญาณของตัวเอง ผมรับเอาพระเยซูให้เป็นพระผู้ช่วยลบบาปของตนเอง และพบสันติสุขและความพึงพอใจที่แท้จริงในชีวิต”
 
        คริสตชนเชื่อพระเจ้าเพราะเขาพบว่าพระองค์เป็นผู้ตอบสนองความต้องการที่อยู่ลึกสุดในหัวใจ พระองค์ผู้ทำให้คริสตชนมีความชื่นชมยินดีอย่างแท้จริง ช่วยให้เรามีมุมมองที่แปลกใหม่ ความหมายใหม่ แรงดลบันดาลใจใหม่ และความยินดีปรีดาแบบใหม่
 
        พระเจ้าทรงช่วยเราในการเผชิญความยากลำบากและความขัดแย้งโดยทรงคอยนำทาง และช่วยเราอย่างแน่นอน หากเรามีสัมพันธ์สนิทกับพระองค์ คริสตชนนับล้านๆ คนกล่าวเป็นคำพยานว่าเขายอมทำทุกอย่างเพื่อจะไม่กลับไปใช้ชีวิตเก่าที่ไม่มีพระเจ้าอีกต่อไป
 
        สิ่งมหัศจรรย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือ พระเจ้าผู้ทรงมีอำนาจเหนือทุกสิ่ง ผู้ทรงสามารถออกแบบ สร้างและรักษาจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาลนี้ไว้ ถึงกระนั้นก็ตามพระองค์ทรงสนพระทัยในการสร้างมิตรภาพกับมนุษย์ทุกคนเป็นการส่วนตัวด้วย ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิงหรือเด็กๆ กษัตริย์ดาวิดของประเทศอิสราเอลโบราณรู้สึกประหลาดใจในเรื่องนี้จึงเขียนไว้ว่า
 
        เมื่อข้าพระองค์มองดูฟ้าสวรรค์อันเป็นฝีพระหัตถ์ของพระองค์ ดวงจันทร์และดวงดาวซึ่งพระองค์ได้ทรงสถาปนาไว้ มนุษย์เป็นผู้ใดเล่าซึ่งพระองค์ทรงระลึกถึงเขา?” สดุดี 8:3, 4
 
        พระผู้ทรงสร้างของเรา “ทรงสนพระทัย” ความเป็นไปของเราแต่ละคนเป็นราวกับว่าท่านเป็นสิ่งมีชีวิตหนึ่งเดียวที่พระองค์ทรงสร้างขึ้นมาในโลก
 
 
 
ดังนั้นเราจึงเชื่อว่าพระเจ้ามีจริงเพราะ
  1. พระองค์ทรงออกแบบสร้างมนุษย์ที่มีร่างกายซับซ้อน พระองค์ทรงทราบรายละเอียดทุกอย่างที่เกี่ยวกับเรา
  2. ในใจเราเราร้องหาพระเจ้าด้วยความกระวนกระวายและเมื่อพบพระองค์แล้ว ความสุขใจจึงเกิดขึ้น
  3. การค้นพบพระเจ้า ทำให้พระองค์ได้เติมสิ่งที่เราโหยหาทุกอย่างให้เต็มบริบูรณ์จนเป็นที่พอใจ! 
 
<< หน้าก่อน                                  หน้าถัดไป >>
Comments