ข้อที่ 2. เราจะมีตัวตนแท้จริงในสวรรค์หรือไม่?

        เมื่อองค์พระเยซูคริสต์ทรงปรากฏต่อเหล่าสาวกของพระองค์ พระองค์ทรงอธิบายการฟื้นคืนพระชนม์ของพระองค์และพระกายที่เต็มไปด้วยพระรัศมีว่าอย่างไร?
        “จงดูที่มือและเท้าของเราว่าเป็นเราเอง จงคลำตัวเราดู เพราะว่าผีไม่มีเนื้อและกระดูกเหมือนอย่างที่พวกเราเห็นว่าเรามี” ลูกา 24:39

        องค์พระเยซูทรงมีร่างกายที่แท้จริง พระองค์ทรงให้โธมัสสัมผัสพระองค์ (ยอห์น 20:27) ในโอกาสนี้พระเยซูทรงเดินเข้าไปในบ้านที่แท้จริง ทรงพูดคุยกับผู้คนจริงๆ และทรงเสวยอาหารจริงๆ (ลูกา 24:43)
 สวรรค์มิใช่ดินแดนผีสางแต่เป็นคนจริงๆ ซึ่งมีจิตวิญญาณแห่งความสนุกสนานและผู้ซึ่งมี “กายเต็มเปี่ยมด้วยพระรัศมี”

        แต่เราเป็นพลเมืองแห่งสวรรค์ และเรารอคอยผู้ช่วยให้รอดจากสวรรค์ คือพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์จะทรงเปลี่ยนแปลงร่างกายอันต่ำต้อยของเรา ให้เหมือนพระกายของพระองค์ที่เต็มด้วยพระรัศมี ตามพลังอำนาจที่ทำให้พระองค์สามารถให้ทุกสิ่งอยู่ใต้อำนาจของพระองค์” ฟีลิปปี 3:20, 21

        เราสามารถมั่นใจได้ว่าร่างกายบนสรวงสวรรค์ของเราจะเป็นสิ่งที่จับต้องได้อย่างแท้จริงเช่นเดียวกับพระวรกายของพระคริสต์ที่ทรงฟื้นขึ้นมา

        เราจะจำหน้าครอบครัวและเพื่อนๆ ของเราในสวรรค์ได้ไหม?

        “เพราะว่าเวลานี้เราเห็นสลัวๆ เหมือนดูในกระจก แต่ในเวลานั้นจะเห็นแบบหน้าต่อหน้า เวลานี้ข้าพเจ้ารู้เพียงบางส่วน แต่เวลานั้นข้าพเจ้าจะรู้แจ้งเหมือนพระองค์ทรงรู้จักข้าพเจ้า” 1 โครินธ์ 13:12

        ในสวรรค์เรา “จะรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง” เราจะเข้าใจกันอย่างซาบซึ้งมากกว่าที่เราเคยมีในโลกปัจจุบันเสียอีก
        สาวกขององค์พระเยซูตระหนักถึงพระกายในสวรรค์ของพระองค์ที่เห็นได้ชัดเจนเพราะลักษณะต่างๆ ที่คุ้นเคยของพระองค์ (ลูกา 24:36-43) นางแมรี่รู้ว่าเป็นพระองค์ที่อยู่ในหลุมเพราะเสียงของพระองค์ที่คุ้นเคยเมื่อพระองค์เรียกชื่อของเธอ (ยอห์น 20:14-16) สาวกสองคนที่หมู่บ้านเอมมาอูส จำพระองค์ได้แน่นอนเพราะท่าทางต่างๆ ที่คุ้นเคย เมื่อเขาสังเกตเห็นวิธีที่แขกของเขา(พระเยซู) ทรงหยิบขนมปัง ขอพระพรและทรงหักขนมปังส่งให้เขา สาวกทั้งสองจึงจำพระองค์ได้จากท่าทางของพระองค์ (ลูกา 24:13-35) 

        การไถ่บาปทำให้เรารู้สึกขนลุกขนพองอย่างแน่นอน เราจะได้ “พบหน้ากัน” ใหม่อย่างพร้อมหน้าพร้อมตากันในสวรรค์ ลองจินตนาการถึงความปิติยินดีที่จำหน้าคู่สมรสของท่านได้โดยเฉพาะรอยยิ้มที่ไม่เหมือนใคร หรือการจำเสียงที่คุ้นเคยของลูกน้อยที่ท่านกล่อมนอนในอดีตนานมาแล้ว หรือท่าทางที่น่ารักของเพื่อนบางคนที่ท่านรัก เราจะมีความเป็นนิรันดร์คอยผูกมัดสิ่งมีค่าที่สุดของชีวิตให้แนบแน่นยิ่งขึ้น และพัฒนามิตรภาพที่สนิทสนมนั้นให้เป็นบุคลิกภาพที่น่าหลงใหลที่สุดในจักรวาล
 
<< หน้าก่อน                                  หน้าถัดไป >>
Comments