บทที่ 9.องค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นทนายของท่าน

ในสภาพสังคมทุกวันนี้ซึ่งมีการฟ้องร้องกัน การฟ้องคดีเป็นปรปักษ์กัน ท่านจะได้ยินคำแนะนำที่ท่านบ่อยครั้งว่า ต้องหาทนายที่ดีเป็น และกฏหมายการทำแนวป้องกันเช่นการฝังทุ่นระเบิดในบริเวณที่มีการประชิดกันของทหารสองฝ่าย

          ใครก็ตามที่ต้องขึ้นศาลย่อมต้องการทนายมาว่าความเพื่อให้ชนะคดี แต่ไม่มีใครสามารถรับประกันได้ว่าผลของการพิจารณาจะออกมาเป็นอย่างไร ทนายที่ดีที่สุดในโลกนี้ไม่สามารถสัญญาได้ว่าจะชนะทุกคดีที่เขารับว่าความให้

          กระนั้นก็ตาม มีทนายที่กล้าให้คำสัญญาว่าจะชนะคดีที่ว่าความ พระองค์ไม่เคยแพ้คดีมาก่อนเลยแม้แต่คดีเดียว และพระองค์จะไม่แพ้แน่นอน หากท่านต้องขึ้นศาล ท่านอยากได้ทนายผู้นี้ไหม

 

พระเยซู ทรงเป็นทนาย

พระคัมภีร์กล่าวว่า องค์พระผู้เป็นเจ้าและพระผู้ช่วยให้รอดของท่านจะทรงเป็นทนายของท่านด้วย พระองค์ได้รับการขนานนามว่าอย่างไร 1 ยอห์น 2:1

…………………………………................................................................................................

ตามความหมายในพจนานุกรม คำว่า ทนาย คือ บุคคลที่คอยแก้ต่างข้อกล่าวหาให้แก่ผู้อื่นในการพิจารณาความต่อศาลหรืออีกนัยหนึ่งทนายคือผู้ที่ทำหน้าที่ต่อสู้ปกป้องแทนเรา

 

ขณะนี้ พระเยซูหรือทนายความของท่านกำลังทำอะไรอยู่ในสวรรค์ ฮีบรู 7:25 ฮีบรู 9:24

...............................................................................................................................................

การทูลขอพระกรุณา หมายความว่า การวิงวอนขอร้อง หรือ อ้อนวอนแทนคนอื่น

เพราะเหตุใดพระเยซูจำเป็นต้องทูลอ้อนวอนเพื่อท่าน ทำหน้าที่เป็นทนายให้แก่ท่าน

2 โครินธ์ 5:10

…………………………………………………………………………………………………

 

การพิจารณาคดีความในสวรรค์

พระคัมภีร์กล่าวว่า การพิพากษากำลังดำเนินอยู่ จะอธิบายคำกล่าวนี้ได้อย่างไร

ดาเนียล 7:9, 10

………………………………………………………………………………………………….

การพิพากษาเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เมื่อไร

ก.      วิวรณ์ 14:6, 7

…………………………………………………………………………………….

พระธรรมข้อนี้พูดถึงเรื่อง เวลาแห่งการพิพากษาของพระเจ้าและโยงเข้ากับการประกาศข่าวประเสริฐของทูตสวรรค์สามองค์ ขณะที่โลกมีผู้ที่เฝ้ารอการเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระคริสต์อาศัยอยู่

ข.      ดาเนียล 7:7-10

…………………………………………………………………………………….

พระธรรมบทนี้เป็นนิมิตของดาเนียลเกี่ยวกับประวัติศาสตร์โลกที่แสดงให้เห็นในรูปลักษณ์ของสัตว์ชนิดต่างๆ  นิมิตนี้กล่าวถึงอาณาจักรที่สี่ (สัตว์ร้าย) ได้แตกกระจายออกเป็นสิบประเทศ หนึ่งในนั้นมีอำนาจยิ่งใหญ่ขึ้นและได้ทรมาน ประหัตประหารประชากรของพระเจ้า  ตามมาด้วยฉากของการพิพากษา (“ผู้พิพากาขึ้นนั่งบนบัลลังก์”)  จากนั้นพระเจ้าทรงตั้งอาณาจักรของพระองค์ขึ้นเพื่อประชากรของพระองค์

จากข้อพระธรรมนี้ทำให้เราลำดับเหตุการณ์ได้ดังนี้

ก.      มีอาณาจักรใหญ่ในโลกสี่อาณาจักร

ข.      เกิดเป็นประเทศ สิบประเทศ

ค.      หนึ่งในประเทศเหล่านั้นมีอำนาจมากขึ้น

ง.       การพิพากษาเริ่มต้นขึ้น พระเจ้าทรงตั้งอาณาจักรของพระองค์ (การเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซู)

 

จากการเปรียบเทียบระหว่างนิมิตของดาเนียลกับประวัติศาสตร์ของโลก นักศึกษค้นคว้าพระคัมภีร์คำนวน การพิพากษาได้เริ่มขึ้นเมื่อต้นคริสตศักราช 1800 เนื่องจากข้อจำกัดในเนื้อที่บทเรียนนี้จะไม่พิจารณาถึงหลักฐานต่างๆ ของข้อสรุปดังกล่าว

 

เกิดอะไรขึ้นในช่วงต้นปีคริสตศักราช 1800

มีการตื่นตัวด้านศาสนาไปทั่วโลกอย่างกว้างขวาง เนื่องมาจากข้อความที่กล่าวว่า พระคริสต์จะเสด็จกลับมาในปี ค.ศ. 1844” อย่างแน่นอน เราทราบว่าพระเยซูมิได้เสด็จกลับมาดังที่คาดไว้ ผู้ที่ศึกษาเรื่องนี้ผิดพลาด เพราะไม่ทราบว่าเวลาดังกล่าวเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น แต่เขาคำนวณเวลาที่จะเกิดเหตุการณ์ได้ถูกต้อง สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมิใช่การเสด็จกลับมาของพระคริสต์ แต่เป็นเวลาการเริ่มต้นของการพิพากษาซึ่งเริ่มขึ้นก่อนการเสด็จกลับมาของพระคริสต์ เป็นไปตามลำดับเหตุการณ์ที่พระธรรมดาเนียล บทที่ 7 ได้บันทึกไว้ ขณะนี้ในสวรรค์กำลังมีดำเนินการพิพากษาอยู่

 

ในบทเรียนที่กล่าวถึงเวลาหนึ่งพันปี เราทราบว่าการพิพากษาจะเกิดขึ้นหลังจากการเสด็จกลับมาของพระคริสต์ ในระหว่างหนึ่งพันปีแรกของเวลานิรันดร์ หากเป็นเช่นนี้ก็แสดงว่าพระคัมภีร์ขัดแย้งกันเองใช่หรือไม่ หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ การพิพากษาสามารถมองแบบง่ายๆ เป็นสามช่วง เหมือนกับกระบวนการยุติธรรมที่เรามีในทุกวันนี้ ตามกระบวนการดังนี้

1.      การไต่สวนมูลฟ้อง

เป็นเหมือนการฟังเรื่องราวเบื้องต้นเพื่อนำไปสู่การตัดสินว่าเรามีความผิดหรือไม่ เหตุการณ์นี้เริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 1844 และดำเนินต่อไปจนกว่าพระคริสต์เสด็จกลับมาครั้งที่สอง

2.      การพิจารณาความผิด

ขั้นตอนนี้จะมีการพิจารณาเพื่อกำหนดลงไปว่ามีความผิดมากน้อยเพียงใดและควรที่จะได้รับการลงโทษอย่างไร เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นในระหว่างเวลาหนึ่งพันปี

3.      การตัดสินลงโทษ

นี่คือขั้นตอนของ การลงโทษในกระบวนการพิพากษา และเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดเวลาหนึ่งพันปี

หมายเหตุ บทเรียนที่เหลือต่อจากนี้ไปจะกล่าวถึงส่วนแรกของการพิพากษาเท่านั้น

 

ในระหว่างการสอบสวนเรื่องราวเบื้องต้น (การพิพากษาซึ่งกำลังดำเนินอยู่ในสวรรค์ในขณะนี้) “หนังสือทั้งหลายจะถูกเปิดออกในหนังสือเหล่านั้นเขียนข้อความอะไรไว้ ลูกา 10:20 และ วิวรณ์ 21:27

...............................................................................................................................................

ในหนังสือแห่งชีวิตมีเพียงชื่อเท่านั้นที่เขียนไว้ หากชื่อของเราปรากฏอยู่ในหนังสือแห่งชีวิตก็แสดงว่าไม่มีความผิด พระเจ้าทรงมีวิธีการอื่นในการตัดสินมนุษย์อย่างไร

ปัญญาจารย์ 12:14 และ ยากอบ 2:14

...............................................................................................................................................

พระคัมภีร์ได้ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าพระเจ้าทรงบันทึกความคิด คำพูดทุกคำ เจตนาและการกระทำทุกอย่างของเรา มาตรฐานของการประพฤติก็คือพระบัญญัติของพระองค์ การฝ่าฝืนพระบัญญัติหรือการละเลยพระบัญญัติเรียกว่าอะไร 1 ยอหน์ 3:4

...............................................................................................................................................

มีอะไรเกิดขึ้นกับคนที่ทำบาป อพยพ 32:33 และ โรม 6:23

...............................................................................................................................................

ฟังดูเหมือนแล้วเหมือนสิ้นหวังใช่ไหม ผู้ที่จะเข้าไปสวรรค์ได้ คือผู้ที่มีชื่อจดไว้ในหนังสือแห่งชีวิตของพระเมษโปดก แต่หากท่านทำบาป ชื่อก็จะถูกลบออกไป พระคัมภีร์กล่าวว่า มนุษย์ทุกคนได้ทำบาป” (โรม 3:23) หากเป็นดังนี้แล้วจะมีใครรอดพ้นการพิพากษาไปได้

กิจการ 3:19 และ อิสยาห์ 43:25

...............................................................................................................................................

ท่านสามารถเลือกว่าจะให้ความบาปถูกลบล้าง หรือจะให้ชื่อของท่านถูกลบออกไป

 

เศคาริยาห์ได้อธิบายเวลาแห่งการพิพากษาไว้อย่างไร เศคาริยาห์ 3:1-5

...............................................................................................................................................

ในเรื่องนี้ ท่านจะเห็นว่า ซาตานเป็นโจทย์ฟ้อง โยชูวาเป็นจำเลย ท่านจะเห็นว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงทำหน้าที่เป็นพระผู้ช่วยให้รอดและทนายของโยชูวา เพราะว่าเขายอมให้พระเจ้าถอดเอาเสื้อผ้าที่สกปรก (ความบาป) ออกไป และสวมเสื้อตัวใหม่ที่สะอาด (ชีวิตที่ปราศจากความบาปของพระคริสต์) ให้แก่เขา ซาตานไม่สามารถกล่าวโทษโยชูวาว่าเป็นคนบาปได้อีกต่อไป ความชอบธรรมของพระคริสต์ได้ห่อหุ้มเขาไว้ จึงทำให้โยชูวาไม่มีความผิดอีกต่อไป

ท่านก็จะไม่มีความผิดใดๆ เช่นกัน หากท่านยอมให้พระเยซูชำระบาป พระองค์ทรงสัญญาว่าพระองค์จะทำอะไร 1 ยอห์น 1:9

...............................................................................................................................................

 

ถามตัวท่านเอง

ข้าพเจ้ายอมรับเอาพระคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอดของข้าพเจ้าหรือยัง เพื่อจะสามารถทูลขอให้พระองค์ทรงเป็นทนายของข้าพเจ้าในการพิพากษา

...............................................................................................................................................

 

ท่านรู้สึกตื่นเต้นไหมที่ทราบว่าท่านไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกการพิพากษา  เพราะท่านมีทนายผู้ไม่เคยแพ้การว่าความเลย ขอให้ใช้เวลาสักเล็กน้อย เขียนข้อความขอบคุณพระองค์

...............................................................................................................................................

Comments