บทที่ 8.บัพติศมาจำเป็นหรือไม่

        ทุกคนชอบงานสมรส เป็นพิธีการที่เต็มไปด้วยความสุข เป็นพิธีที่ชายหนุ่มหญิงสาวให้คำมั่นสัญญาต่อกัน เป็นการบอกว่าชีวิตความเป็นโสดสิ้นสุด และเริ่มต้นชีวิตคู่ของการแต่งงานต่อไป

          มีอีกพิธีการที่คล้ายคลึงกัน เป็นสัญลักษณ์ของการมีชีวิตใหม่ในพระคริสต์ เป็นสัญลักษณ์การเปลี่ยนแปลงชีวิตของท่านจากชีวิตที่ตัดขาดจากพระเจ้า มาเป็นชีวิตที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับพระองค์และเป็นมิตรสหายกับพระองค์เหมือนกัน พิธีการและสัญลักษณ์ของการให้คำมั่นสัญญาของท่านต่อพระเยซูนี้เรียกว่า พิธีบัพติศมา

 

บัพติศมา คือการเริ่มต้น

เปโตรบอกว่าเมื่อเราได้ยินเรื่องของพระเยซู และสารภาพความผิดบาปของเราแล้ว ควรทำอย่างไรต่อไป  กิจการ 2:38

...............................................................................................................................................

พิธีบัพติศมามีความสำคัญหรือไม่ มาระโก 16:16

...............................................................................................................................................

บัพติศมาเป็นพิธีสำคัญ เพราะเป็นการแสดงออกต่อสาธารณะชนว่าท่านได้เปลี่ยนมาเป็นสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัวของพระเจ้าแล้ว จริงอยู่ถึงแม้จะไม่สามารถรับรองได้ว่าท่านจะได้รับความรอด เพราะเป็นพียงเครื่องหมายที่บอกถึงการเปลี่ยนแปลงภายในที่เกิดขึ้นแล้วแสดงออกมาภายนอกเท่านั้น

 

สิ่งจำเป็นที่ต้องมีก่อนการรับบัพติศมา

มีสิ่งใดที่ท่านจำเป็นต้องทำก่อนรับบัพติมาหรือไม่ กิจการ 8:12

...............................................................................................................................................

ท่านต้องเชื่อว่าพระเยซูคือพระบุตรของพระเจ้าและได้สิ้นพระชนม์เพื่อช่วยท่านให้รอดพ้นจากบาป ก่อนเชื่อพระองค์ท่านต้องเรียนรู้ก่อน เมื่อพระเยซูพระองค์ส่งอัครสาวกออกไปเป็นพยานแก่พระองค์ทั่วโลก พระองค์ทรงสั่งให้เหล่าสาวกทำอะไร   มัทธิว 28:19, 20

...............................................................................................................................................

จากเรื่องราวของบุคคลดังต่อไปนี้ ให้สังเกตว่ามีการเทศนาและการสอนก่อนเกิดความเชื่อและการรับบัพติศมา กิจการ 8:35-38

...............................................................................................................................................

กิจการ 16:30-33

...............................................................................................................................................

มีสิ่งใดอีกที่ท่านต้องทำก่อนที่ท่านจะรับบัพติศมา กิจการ 2:38

...............................................................................................................................................

การเสียใจเพราะความบาปของท่านหมายความว่าอย่างไร มัทธิว 3:5, 6

...............................................................................................................................................

เมื่อท่านมีความรู้สึกเสียใจจริงๆ ในความบาปของท่านและได้สารภาพความผิดบาปของท่านต่อพระเจ้าแล้ว พระองค์ได้ทรงให้สัญญาอะไรแก่ท่าน 1 ยอห์น 1:9

...............................................................................................................................................

การเสียใจเพราะความบาปและการสารภาพบาป คือการเลิกทำบาปของท่านและหันกลับมาหาพระเยซูเพื่อขอรับการอภัยและขอพลังอำนาจในการต่อสู้กับการทดลองของมาร

 

ท่านควรรับบัพติศมาอย่างไร

ท่านควรรับบัพติศมาอย่างไร พระเยซูได้ทรงวางแบบอย่างการรับบัพติศมาไว้ให้เราว่าควรทำอย่างไร พระเยซูทรงรับบัพติศมาที่ไหน  มาระโก 1:9

...............................................................................................................................................

อ่านเรื่องของฟีลิปและขันทีอีกครั้ง ขันทีได้รับบัพติศมาอย่างไร กิจการ 8:36, 38

...............................................................................................................................................

 

ให้สังเกตว่า พระเยซูรับบัพติศมาในแม่น้ำจอร์แดน และขันทีก็รับบัพติศมาในที่ที่มีน้ำเพียงพอสำหรับตัวเขาและฟีลิป ที่จะ ลงไปในน้ำ

 

คำว่า บัพติศมามาจากคำในภาษากรีก “baptizo” ซึ่งมีความหมายว่า จุ่มลง” “จุ่มลงจนมิดตัว” “การลงไปแช่ในน้ำไม่ว่าพระเยซูหรือขันที ต่างก็ไม่ได้รับบัพติศมาด้วยการพรมน้ำหรือรดน้ำ  ทั้งสองต่างจุ่มตัวลงในน้ำจนมิดตัว บัพติศมาพระคัมภีร์มีกี่วิธี   เอเฟซัส 4:5

...............................................................................................................................................

 

บัพติศมาเป็นสัญลักษณ์

บัพติศมาเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลงชีวิตที่เกิดในจิตใจ ในสมัยก่อนเป็นการแสดงให้เห็นถึงสิ่งใด กิจการ 22:16

...............................................................................................................................................

สิ่งที่ชำระบาปของท่านคืออะไร  วิวรณ์ 1:5 วรรคสุดท้าย

...............................................................................................................................................

บัพติศมาเป็นสัญลักษณ์ของการที่พระคริสต์ทรงเสียสละเพื่อไถ่บาป บัพติศมาชี้ให้เห็นสิ่งสำคัญสามประการ ได้แก่อะไร  โรม 6:3, 4

ก.      ............................................................................................................................

ข.      ............................................................................................................................

ค.      ............................................................................................................................

เมื่อท่านรับบัพติศมาแล้ว แสดงให้เห็นว่า ท่านเชื่อและยอมรับพระเยซูว่าทรง

·       สิ้นพระชนม์เพื่อความบาปของท่าน

·       ฝังอดีตและชีวิตที่มีบาปของท่าน

·       ฟื้นขึ้นสู่ชีวิตใหม่เพื่อท่าน

 

การรับบัพติศมาและรับเอาชีวิตใหม่ หมายความว่าท่านจะไม่ถูกล่อลวงให้ทำบาปอีกต่อไปใช่หรือไม่ หลังจากที่พระเยซูทรงรับบัพติศมาแล้วเกิดอะไรขึ้นกับพระองค์ทันที  มัทธิว 4:1

...............................................................................................................................................

การรับบัพติศมาไม่ใช่วัคซีนป้องกันการทดลอง ตราบใดที่ท่านยังอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยความบาปนี้ ท่านจะถูกทดลองต่อไป แต่ท่านจะได้รับฤทธิ์อำนาจจากพระเจ้าคอยช่วยเหลือ พระองค์ทรงสัญญาไว้อย่างไร ยูดา ข้อ 24

...............................................................................................................................................

องค์พระผู้เป็นเจ้าของท่านมีฤทธิ์อำนาจเปลี่ยนแปลงและคอยช่วยท่านให้เปลี่ยนแปลง เพียงเชิญให้พระองค์เข้าในชีวิตของท่านทุกวัน

 

จำเป็นต้องรับบัพติศมาใหม่เรื่อยไปหรือไม่ กิจการ 19:1-5

...............................................................................................................................................

ประสบการณ์ของเปาโลที่เมืองเอเฟซัสแสดงให้เห็นว่า เมื่อผู้เชื่อเรียนรู้ความจริงมากขึ้นมีความจำเป็นต้องรับบัพติศมาใหม่

 

อีกประการหนึ่งที่อาจต้องรับบัพติศมาใหม่ เมื่อคริสเตียนห่างเหิน ละทิ้งพระเจ้าระยะหนึ่ง ต่อมาสำนึกผิดและกลับมาหาพระเยซูใหม่อีกครั้ง การรับบัพติศมาใหม่เป็นการแสดงให้เห็นถึงความปรารถนาของเขาที่จะกลับเข้ามาเป็นสมาชิกในครอบครัวของพระเจ้าอีกครั้งหนึ่ง

 

บัพติศมาคือการยอมรับเข้าสู่ครอบครัว

พระคัมภีร์กล่าวว่าเมื่อเรารับพระคริสต์แล้ว ได้ถูกรับเข้าสู่ครอบครัวของพระองค์ อ่าน ยอห์น 1:12 โรม 8:15 กาลาเทีย 4:5 เอเฟซัส 1:5; 4:14, 15

 

มีใครอาศัยอยู่ในครอบครัวนี้ วิวรณ์ 5:9

...............................................................................................................................................

ครอบครัวของพระเจ้าประกอบด้วยคริสเตียนจากทุกชนชาติทั่วโลก พระองค์ไม่กีดกันผู้หนึ่งผู้ใด ดังนั้น พี่น้องคนใหม่ของท่านอาจเป็นคนจากทุกผิวพรรณ ทุกภาษา อุปนิสัยหลายแบบและแตกต่างกัน

 

ท่านจะปรับตัวเข้ากับคนที่มีความแตกต่างหลากหลายได้อย่างไร 1 เปโตร 2:17 กาลาเทีย 6:2 เอเฟซัส 5:21

...............................................................................................................................................

การเข้าไปอยู่กับคนอื่นในครอบครัวของพระเจ้าไม่ง่ายเสมอไป ท่านสามารถเข้ากับคนเหล่านี้ได้อย่างไร ยูดา ข้อ 21

...............................................................................................................................................

ถามตัวท่านเอง

ถ้าข้าพเจ้ารับเอาพระเยซูเป็นพระผู้ช่วยให้รอดและเป็นพระเจ้าของข้าพเจ้าแล้ว และถ้าข้าพเจ้าทูลขอให้พระองค์ทรงยกโทษบาปของข้าพเจ้าและขอประทานชีวิตใหม่แล้ว ข้าพเจ้าควรรีบรับบัพติศมาโดยเร็วและเข้าเป็นสมาชิกในครอบครัวของพระองค์ใช่หรือไม่

แน่นอน ข้าพเจ้าจะรีบเตรียมตัวเพื่อรับบัพติศมาในเร็วๆ นี้

ข้าพเจ้ายังไม่แน่ใจ เพราะยังมีปัญหาและคำถามที่รบกวนจิตใจของข้าพเจ้า

  ดังนี้คือ ..............................................................................................................................

Comments