บทที่ 12.เหตุใดคนจำนวนมานมัสการในวันอาทิตย์

            โรเบิร์ต ไวท์ซาย ผู้นำชุมชน นักธุรกิจที่มั่งคั่งและเป็นนักปาถกถาในที่สาธารณะที่มีพรสวรรค์คนหนึ่งของศตวรรษที่ผ่านมา ได้เผชิญกับสิ่งที่น่าตกใจ นั่นคือ ในอีกไม่กี่วันเขาจะต้องไปร่วมในการโต้วาทีเรื่องการนมัสการ เขาต้องเป็นฝ่ายค้านในหัวข้อการรักษาวันอาทิตย์ เขาไม่เคยสงสัยความถูกต้องเรื่องการนมัสการในวันที่หนึ่งของสัปดาห์เลย เขามีความรู้สึกมั่นใจว่ามีพระคัมภีร์หลายข้อกล่าวถึงเรื่องนี้เพราะเขาเคยได้ยินเสมอว่า พระเยซูได้เปลี่ยนวันนมัสการจากวันเสาร์มาเป็นวันอาทิตย์ แต่เมื่อเขาเริ่มศึกษาค้นคว้าหัวข้อนี้ กลับไม่สามารถหาข้อสนับสนุนความเชื่อที่มีมานานโดยไม่มีคำถามใดๆ ได้

          บางทีท่านอาจเหมือนกับโรเบิร์ต ไวท์ซาย ท่านอาจถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาเรียนรู้ว่าพระคัมภีร์สอนให้มนุษย์นมัสการในวันที่เจ็ดและท่านอาจสงสัยว่าเพราะเหตุใดจึงมีคนมากมายนมัสการในวันอาทิตย์ เกิดอะไรขึ้นกันแน่

 

ข้อความในพระคัมภีร์ที่กล่าวถึงวันแรกของสัปดาห์

พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ที่กล่าวถึงวันแรกหรือวันต้นสัปดาห์มีทั้งหมดแปดข้อ ท่านจะพบหกข้อในพระธรรมสี่เล่มแรกของพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ ท่านอาจอยากเปิดดูข้อความต่อไปนี้ดู

 

1.      มัทธิว 28:1

2.      มาระโก 16:1, 2

3.      มาระโก 16:9

4.      ลูกา 24:1

5.      ยอห์น 20:1

6.      ยอห์น 20:19

พระคัมภีร์ทั้งหกข้อนี้ได้กล่าวถึงการฟื้นพระชนม์ของพระคริสต์ในวันแรกหรือวันต้นของสัปดาห์ แต่มิได้กล่าวถึงการนมัสการในวันแรกของสัปดาห์เลย

พระคัมภีร์ในภาคพันธสัญญาใหม่ข้อที่เจ็ดที่กล่าวถึงวันแรกของสัปดาห์อยู่ในพระธรรม      กิจการ 20:7, 8

เพราะเหตุใดจึงมีคนจำนวนมากนมัสการในวันแรกของสัปดาห์ กิจการ 20:7, 8

...............................................................................................................................................

ท่านลูกา (ผู้เขียนพระธรรมกิจการ) ได้บันทึกการนมัสการในวันสะบาโต (หลังจากที่พระคริสต์ได้ทรงฟื้นคืนพระชนม์แล้ว) ไว้ถึง 84 ครั้ง   มีเพียงหนึ่งครั้งที่กล่าวถึงการประชุมในวันแรกของสัปดาห์ตามข้อพระคัมภีร์ที่ได้กล่าวมาข้างต้นแล้ว

(Arthur G. Lickey, God Speaks to Modern Man. Washington, D.C.: Review & Herald Publishing Assn., 1952, p. 430)

 

การประชุมนี้มิใช่การนมัสการทุกสัปดาห์ตามปกติ แต่เป็นการประชุมเพื่อกล่าวคำอำลาแก่เปาโล ความจริงแล้ว การหักขนมปัง (ฉบับแปล 2002 กล่าวว่า ทำพิธีหักขนมปัง) มิได้ทำให้วันนั้นเป็นวันบริสุทธิ์ เพราะว่าในพระธรรมกิจการ 2:46 เราพบข้อความที่กล่าวว่า เหล่าผู้เชื่อได้มีการ ทุกๆวัน....หักขนมปังตามบ้าน   ในพระธรรม 1 โครินธ์ 16:1, 2 เป็นข้อพระคัมภีร์ข้อที่แปดและเป็นข้อสุดท้ายที่กล่าวถึงวันแรกของสัปดาห์ในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ เปาโลได้ขอให้พี่น้องผู้เชื่อทำอะไรในวันแรกของสัปดาห์  1 โครินธ์ 16:1, 2

...............................................................................................................................................

ในพระคัมภีร์ฉบับปรับปรุงใหม่ได้เขียนไว้ว่า ให้พวกท่านแต่ละคนแยกเงินออกและสะสมไว้ตามรายได้เปาโลได้เรี่ยไรเพื่อรวบรวมเงินไปช่วยคนยากจนในกรุงเยรูซาเล็มและได้ขอให้ตรวจสอบเงินรายได้ของแต่ละคนในวันแรกของทุกสัปดาห์ ให้เก็บส่วนหนึ่งไว้เพื่อมอบให้เมื่อมีการเรี่ยไรดังกล่าว

 

ดังที่ท่านได้เห็นแล้วว่า พระคัมภีร์ทั้งแปดข้อดังกล่าวข้างต้นมิได้พิสูจน์ให้เห็นเลยว่าวันแรกของสัปดาห์ได้เปลี่ยนมาเป็นวันนมัสการของอัครสาวก ความจริงแล้วไม่มีตรงไหนของพระคัมภีร์ที่พบว่าอนุญาตให้รักษาวันแรกของสัปดาห์เป็นวันนมัสการ

 

อัครสาวกมิได้เปลี่ยนแปลงวันนมัสการและพระเยซูก็มิได้เปลี่ยนเช่นกัน พระองค์ทรงกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงพระบัญญัติไว้อย่างไร มัทธิว 5:17, 18

...............................................................................................................................................

เมื่อเป็นดังนี้แล้ว การเปลี่ยนแปลงการรักษาวันสะบาโตจากวันเสาร์เป็นการวันอาทิตย์มาจากไหนและเกิดขึ้นได้อย่างไร

 

มองย้อนไปในอดีตอย่างคร่าวๆ

1.      ในคริสตศตวรรษที่หนึ่ง ยังไม่มีหลักฐานใดที่บอกให้รู้ว่าการที่คริสเตียนนมัสการในวันอาทิตย์ พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่กล่าวว่าพระเยซูและอัครสาวกต่างนมัสการในวันที่เจ็ด (วันเสาร์)

2.      ในระหว่างศตวรรษที่สอง มีคริสเตียนบางคนในกรุงโรมและเมืองอเล็กซานเดรียเริ่มมีการนมัสการในวันอาทิตย์ควบคู่ไปกับการรักษาวันสะบาโต

3.      จากศตวรรษที่สองถึงศตวรรษที่ห้า วันสะบาโตก็ยังรักษาอยู่ทั่วไปในอาณาจักรโรม แต่ มีคริสเตียนจำนวนมากขึ้นที่เริ่มนมัสการทั้งในวันเสาร์และวันอาทิตย์ เหตุผลอะไรทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

ก.            มีการต่อต้านลัทธิการถือรักษาทั้งสองวัน โดยเฉพาะในกรุงโรม จึงเป็นเหตุให้คริสเตียนแยกตัวออกมาจากพวกยิว โดยหยุดทำตามสิ่งใดก็ตามที่เกี่ยวข้องกับชาวยิวอย่างสิ้นเชิง

ข.            อิทธิพลของการกราบไหว้ดวงอาทิตย์ของพวกคนป่าเถื่อนที่เข้ามาอยู่ในอาณาจักรโรม มีผลทำให้เกิดการยอมรับวันอาทิตย์มาเป็นวันนมัสการมากขึ้นเรื่อยๆ

4.      กฎหมายวันอาทิตย์ที่เริ่มรู้จักเป็นครั้งแรกถูกนำเข้าสู่การพิจารณาโดยจักรพรรดิคอนสแตนท์ติน แห่งอาณาจักรโรมและได้ออกเป็นกฎหมายให้ทุกประชาชนหยุดพักผ่อนในวันอาทิตย์

5.      ปีคริสตศักราช 346 สภาแห่งเมืองเทรนได้ออกกฎหมายวันอาทิตย์ฉบับแรกซึ่งเป็นกฎหมายของที่ศาสนจักรออกมา กฎหมายฉบับนี้ให้ประชาชนทำงานในวันเสาร์และหยุดพักในวันอาทิตย์ ในปี ค..538 มีกฎหมายที่เข้มงวดเกี่ยวกับการนมัสการในวันอาทิตย์ซึ่งถูกผลักดันให้บังคับใช้โดยคริสตจักร

ท่านเห็นแล้วว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เกิดขึ้นทีละเล็กละน้อยจากหลายองค์ประกอบด้วยกัน คริสตจักรคาทอลิกได้อ้างว่าการเปลี่ยนจากการรักษาวันสะบาโตมาเป็นวันอาทิตย์เป็นเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ของอำนาจอย่างหนึ่งศาสนจักร จากหนังสือคู่มือสำหรับผู้เชื่อใหม่ที่จะเข้าเป็นคาทอลิค ฉบับปี 1977 ได้กล่าวไว้ว่า

          คำถาม วันไหนเป็นวันสะบาโต

          คำตอบ วันเสาร์เป็นวันสะบาโต

          คำถาม เพราะเหตุใดเราจึงรักษาวันอาทิตย์แทนวันเสาร์

          คำตอบ เรารักษาวันอาทิตย์แทนวันเสาร์ ก็เพราะคริสตจักรคาทอลิกได้เปลี่ยนความ

                     ศักดิ์สิทธิ์จากวันเสาร์มาเป็นวันอาทิตย์

(Peter Geiermann, The Convert’s Catechism of Catholic Doctrine; Rockford, IL: Tan Books and Publishers, 1997, p 50)

 

เมื่อหลายศตวรรษก่อน พระเจ้าทรงให้ดาเนียล ผู้เผยพระวจนะของพระองค์คือ พยากรณ์ว่าจะมีอำนาจหนึ่งที่พยายามเปลี่ยนแปลงพระบัญญัติของพระเจ้า คำพยากรณ์นี้คืออะไร ดาเนียล 7:25

...............................................................................................................................................

เปาโลได้พยากรณ์ว่า การล่อลวงให้เกิดความเข้าใจผิดจะเกิดขึ้นก่อนที่พระคริสต์เสด็จกลับมาครั้งที่สอง เปาโลได้บอกอะไรแก่ชาวเธสะโลนิกา  2 เธสะโลนิกา 2:3, 4

...............................................................................................................................................

เบื้องหลังของรัฐบาลและอำนาจฝ่ายโลกทำให้ คนนอกกฎหมายพยายามอย่างหนักที่ คิดเปลี่ยนแปลงบรรดาวาระและธรรมบัญญัติการผลักดันให้เกิดความเข้าใจผิดนี้ไม่ได้มาจากไหนนอกจากซาตาน อะไรคือเป้าหมายของมัน อิสยาห์ 14:13, 14 (โดยเฉพาะอย่างยิ่งวรรคสุดท้ายของข้อที่ 14)

...............................................................................................................................................

การทดลองประการหนึ่งที่ซาตานได้ทดลองพระเยซูคืออะไร   มัทธิว 4:9

...............................................................................................................................................ซาตานต้องการที่จะ กระทำตัว....เหมือนองค์ผู้สูงสุดมันอยากได้รับการกราบไหว้จากมนุษย์จึงเปลี่ยนวันนมัสการที่แท้จริงของพระเจ้า มันหวังว่ามันจะได้รับการนมัสการและการสวามิภักดิ์โดยการหลอกลวงของมัน พระเยซูได้เปิดเผยการหลอกลวงของซาตาน คำตอบของพระองค์คืออะไร มัทธิว 4:10

...............................................................................................................................................

 

ท่านรู้สึกเหมือนโรเบิร์ต ไวท์ซาย ที่ถูกปลุกให้ตื่นหลังจากได้เรียนรู้สิ่งเหล่านี้เมื่อศตวรรษที่ผ่านมาไหม โรเบิร์ตพยายามตัดสินใจดิ้นรนเปลี่ยนสิ่งที่ชีวิตและอุปนิสัยของเขาเชื่อมาตลอด แต่ในที่สุดเขาก็ได้ตัดสินใจทำตามพระวจนะของพระเจ้า เขาได้กลายมาเป็นผู้รับใช้ของพระองค์และประกาศความจริงในพระคัมภีร์ตลอดเวลามากกว่าครึ่งศตวรรษ

 

ถามตัวท่านเอง

ข้าพเจ้าจะตอบสนองต่อสิ่งที่เข้าใจใหม่อีกครั้งเหล่านี้อย่างไร

...............................................................................................................................................

Comments