บทที่ 10.คำแนะนำเพื่อการดำเนินชีวิต

การซื้อรถใหม่เป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้น รถคันใหม่มองดูสวยงาม ขับดี เสียงเครื่องยนต์เงียบ และกลิ่นก็ดี เมื่อซื้อรถใหม่ทุกคันจะมีหนังสือสำคัญให้มาพร้อมกับรถ ได้แก่คู่มือการใช้รถสำหรับเจ้าของรถ หนังสือเล่มเล็กนี้บอกรายละเอียดต่างๆ ของรถคันใหม่ของท่าน บอกข้อมูลสำคัญในการดูแลรักษารถของท่านเพื่อให้ใช้งานได้อย่างเต็มสมรรถภาพ บอกให้ทราบว่ารถของท่านใช้น้ำมันชนิดไหน ความดันลมยางล้อควรมากน้อยเท่าไรและต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องบ่อยแค่ไหน สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงส่วนเล็กน้อยที่อยู่ในหนังสือคู่มือสำหรับผู้ที่เป็นเจ้าของรถเท่านั้น

ความจริงแล้ว ท่านสามารถที่ดูแลรถอย่างไรก็ได้ตามที่ต้องการ ในเมื่อท่านเป็นเจ้าของของ แต่ถ้าจะให้ดี ควรทำตามคำแนะนำของบริษัทผู้ผลิดรถ ความจริงแล้วผู้สร้างรถคันนั้นเป็นผู้ทราบวิธีดูแลรักษาได้ดีที่สุด

ยังมีคู่มืออีกเล่มหนึ่งที่สำคัญยิ่งกว่าจากผู้ที่เป็นเจ้าของชีวิต ที่ท่านจำเป็นต้องทราบรายละเอียด คู่มือเล่มนี้ ครอบคลุมสิ่งจำเป็นที่ท่านต้องรู้ทั้งหมดเพื่อการดำเนินชีวิต

คู่มือเล่มนี้ ได้มาจากผู้ทรงสร้างชีวิตมนุษย์

 

หนังสือคู่มือแนะนำการดำเนินชีวิตให้ประสบความสำเร็จคือหนังสืออะไร และมีประโยชน์อะไรแก่ท่านบ้าง 2 ทิโมธี 3:16, 17

…………….............................................................................................................................

พระเยซูทรงตรัสว่ามนุษย์จำเป็นต้องทำอะไรเพื่อจะมีชีวิตนิรันดร์ ลูกา 18:18-22

...............................................................................................................................................

พระเยซูทรงเน้นสิ่งจำเป็นอยู่สองประการเพื่อจะได้ชีวิตนิรันดร์ คือ ปฏิบัติตามพระบัญญัติและติดตามพระองค์ ทั้งสองประการนี้ถือเป็นเครื่องหมายสำคัญของประชากรของพระเจ้าในยุคสุดท้ายด้วย พระคัมภีร์ได้อธิบายถึงประชากรของพระเจ้าในยุคสุดท้ายอย่างไร วิวรณ์ 12:7 (วรรคสุดท้าย)

...............................................................................................................................................

ทั้งสองประการนี้ จำแนกให้เห็นว่าคริสเตียนแท้จริงเป็นอย่างไร คนเหล่านี้ถวายทุกอย่างแด่พระเยซูและเชื่อฟังพระวจนะของพระองค์ หรือกล่าวได้ว่า คริสเตียนรักพระผู้สร้างของเขาและจะปฏิบัติตามคู่มือของพระองค์เพื่อชีวิตของตน จริงอยู่ บางครั้งเราอาจได้ยินคนพูดกันว่า พระบัญญัติสิบประการถูกยกเลิกไปแล้ว คริสเตียนไม่จำเป็นต้องรักษาอีกต่อไป พวกเขาบอกว่า พระบัญญัติได้ถูก ขจัดไปเสียโดยตรึงไว้ที่กางเขน และก็มีข้อพระคัมภีร์ที่กล่าวในลักษณะคล้ายจะเป็นนี้    โคโลสี 2:13-17

 

สิ่งที่ถูกตรึงไว้ที่กางเขนคืออะไร  โคโลสี 2:13-17

...............................................................................................................................................

 

ดูเหมือนว่าบัญญัติหรือกฎบางอย่างได้ถูกยกเลิกไปแล้ว พระเยซูทรงตรัสถึงเรื่องนี้อย่างไร มัทธิว 5:17-18

…………………………………………………………………………………………………

ดูเหมือนว่าเปาโลซึ่งเป็นผู้เขียนพระธรรมโคโลสีและพระเยซูพูดไม่ตรงกัน เปาโลพูดถึงกฎข้อบังคับต่างๆ ที่ตรึงไว้ที่กางเขนแล้ว พระเยซูกลับตรัสว่าพระองค์มิได้มาเพื่อทำลายพระบัญญัติแต่มาเพื่อทำให้พระบัญญัตินั้นสมบูรณ์ จากสิ่งเหล่านี้ทำอย่างไรจึงจะเข้าใจอย่างมีเหตุมีผล

 

การเข้าใจพระคัมภีร์เมื่อกล่าวถึงบัญญัติและกฎข้อบังคับว่าสิ่งที่พระคัมภีร์กล่าวถึงนั้นหมายถึงอะไร

ตามวิถีการดำเนินชีวิตของชาวยิวในสมัยของพระคริสต์นั้น คำว่า บัญญัติไม่ได้หมายถึงพระบัญญัติสิบประการเท่านั้น พระธรรมภาคพันธสัญญาเดิม (อพยพ เลวีนิติ การดารวิถี เฉลยธรรมบัญญัติ) ได้พูดถึงเรื่องกฎข้อบังคับต่างๆ มากมายที่ให้คนอิสราเอลปฏิบัติตาม คำเดียวกันนี้ยังมีความหมายเจาะจงถึงพระบัญญัติสิบประการด้วย หากเป็นเช่นนี้แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าพระคัมภีร์กล่าวถึงบัญญัติหรือพระบัญญัติ (สิบประการ) เมื่อไร

 

บัญญัติสี่ประเภท

เมื่อเราทราบว่าบัญญัติมีหลายประเภทจึงสามารถเข้าใจมากขึ้นว่าแบ่งออกเป็นสี่ประเภท บัญญัติประเภทแรกคืออะไร อพยพ 20:1-17

...............................................................................................................................................

บัญญัติประเภทแรกคือ บัญญัติแห่งศีลธรรมของพระเจ้า พระองค์ทรงประทานเป็นมาตรฐานการดำเนินชีวิตของให้แก่ประชากรของพระองค์ บัญญัติประเภทต่อไปคืออะไร อพยพ 21:22 ให้พระธรรมอ่านบทนี้ทั้งหมดเพื่อจะได้แนวความคิดว่าเป็นบัญญัติเกี่ยวกับอะไร

...............................................................................................................................................

บัญญัติเหล่านี้จัดเป็นประเภทบทบัญญัติทางแพ่ง หรือบทบัญญัติที่แตกย่อยออกมาจากพระบัญญัติสิบประการเพื่อขยายความมากขึ้นและละเอียดขึ้น เป็นบัญญัติที่คล้ายกับกฎหมายแพ่งที่เรามีในปัจจุบันนี้ ที่จริงแล้ว มีบางคนประมาณการดู พบว่ามีกฎหมายอยู่ประมาณ 35 ล้านฉบับที่บังคับให้เป็นไปตามพระบัญญัติสิบประการ

 

บัญญัติประเภทต่อไปคืออะไร เลวีนิติ บทที่ 11และ 15 อ่านหัวข้อของบทเหล่านี้เพื่อจะได้แนวคิดว่าพูดถึงเรื่องอะไร

...............................................................................................................................................

บัญญัติประเภทที่สามเกี่ยวกับเรื่องของสุขภาพ บัญญัติประเภทที่สี่คืออะไร เลวีนิติ บทที่ 1 ถึงบทที่ 8 อ่านทั้งบทอีกครั้งและดูหัวข้อของแต่ละบทเพื่อจะมองภาพออก

...............................................................................................................................................

บัญญัติประเภทนี้ เป็นบัญญัติที่เกี่ยวกับพิธีกรรมต่างๆ  กฏระเบียบวิธีการในการดำเนินการในพิธีการต่างๆ ในพระวิหาร ซึ่งพระเจ้าทรงบัญญัติขึ้นเพื่อเป็นวิธีการให้พวกอิสราเอลดูแลในเรื่องที่เกี่ยวกับความบาปของพวกเขา

สรุปแล้ว เราพบว่าในพระคัมภีร์มีบัญญัติอยู่สี่ประเภทด้วยกันคือ

·       บัญญัติเกี่ยวกับศีลธรรม

พระบัญญัติสิบประการ มาตรฐานเพื่อการดำเนินชีวิต

·       บัญญัติทางแพ่ง

การประยุกต์ออกมาจากพระบัญญัติสิบประการ

·       บัญญัติเกี่ยวกับสุขภาพ

กฎข้อบังคับทางด้านการสุขาภิบาลและสุขอนามัย

·       บัญญัติเกี่ยวกับพิธีกรรม

คำสั่งในเรื่องการนมัสการและวิธีการจัดการกับความบาป

 

คำถามก็คือ บัญญัติประเภทไหนที่กล่าวว่าตรึงไว้ที่ไม้กางเขนแล้ว พระบัญญัติสิบประการใช่หรือไม่ คงจะไม่ใช่ เพราะการพิจารณาคดีความต่างๆ ของเราก็ยังยึดพระบัญญัติสิบประการเป็นพื้นฐานอยู่ หรือจะเป็นพระบัญญัติทางด้านแพ่ง ก็คงไม่ใช่ เพราะคือกฎหมายลูกที่ขยายความออกมาจากพระบัญญัติสิบประการ บัญญัติทางด้านแพ่งได้มีการเปลี่ยนแปลงไปและปรับเปลี่ยนเพื่อให้สอดคล้องกับแต่ละสังคม แต่บัญญัตินี้ก็ยังคงปรากฏอยู่ ถ้าอย่างนั้นเป็นบัญญัติทางด้านสุขภาพใช่หรือไม่ แม้เราจะมีสุขบัญญัติที่แตกต่างกัน แต่เราก็มีบัญญัติที่คอยปกป้องสุขภาพของเรา

 

ยังคงเหลือบัญญัติประเภทสุดท้ายเพียงอย่างเดียว คือบัญญัติทางเกี่ยวกับพิธีกรรม ซึ่งก็คือบัญญัติที่ได้ยกเลิกไปแล้ว จะเห็นว่ามีเหตุมีผลมากที่สุด เพราะบรรดาพิธีกรรมต่างๆ ที่ตั้งขึ้นมาก็เพื่อเหตุผลเพียงประการเดียว คือ ชี้ให้เห็นถึงพระเยซูคริสต์ลูกแกะของพระเจ้า ผู้จะมาจัดการกับความบาปในโลกนี้ เมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์แล้วประชาชนไม่ต้องนำแกะไปถวายบูชาที่วิหารอีกต่อไป บัดนี้เขาสามารถวางใจพระเยซูผู้แบกรับความบาปของเขาไปแล้ว

 

ให้กลับไปที่พระธรรม โคโลสี 2:13-17  สังเกตข้อ 17 เป็นพิเศษ ซึ่งกล่าวว่าสิ่งเหล่านี้ เป็นเพียงเงาของสิ่งที่มาในภายหลัง บัญญัติอะไรที่เป็นเพียงเงา ฮีบรู 10:1

...............................................................................................................................................

บัญญัติเกี่ยวกับพิธีกรรม คือ เงาของสิ่งที่มาภายหลัง เป็นบัญญัติที่ได้ถูกยกเลิกไปแล้ว เราไม่จำเป็นต้องนำแกะไปถวายบูชาอีก  สามารถเชื่อและวางใจพระเยซู  ในบทเรียนบทก่อนๆ  เราทราบแล้วว่า ทุกคนเป็นคนบาป ได้ฝ่าฝืนพระบัญญัติ แต่พระเยซูเสด็จมาเป็นลูกแกะถวายบูชาไถ่โทษบาปแทนเรา เมื่อเรายอมรับพระองค์ ความผิดบาปก็ได้รับการอภัย เมื่อได้รับการอภัยบาปแล้ว เราจะปฏิเสธพระบัญญัติของพระองค์ หันกลับไปทำบาปอีกหรือ โรม 6:1, 2

...............................................................................................................................................

อะไรเป็นสิ่งจูงใจให้ท่านเชื่อฟังและปฏิบัติตามพระบัญญัติของพระเจ้า ยอห์น 14:15

...............................................................................................................................................

พระเจ้าทรงช่วยเหลือเพิ่มเติมอะไร เพื่อการดำเนินชีวิตตามพระบัญญัติของพระองค์ ฮีบรู 8:10

...............................................................................................................................................

 

ถามตัวท่านเอง

 

ข้าพเจ้ามีความรักและการเชื่อฟังรวมอยู่ในชีวิตของข้าพเจ้าหรือไม่ ข้าพเจ้ารักพระคริสต์และต้องการที่จะประพฤติตามพระบัญญัติของพระองค์ เป็นคู่มือสำหรับชีวิตของข้าพเจ้าหรือไม่

………………………………………………………………………………………………………
Comments