ข้อที่ 3. คริสตจักรของพระคริสต์ในวาระสุดท้าย

        ท่านเคยชื่นชมคริสตชนสักคนหนึ่งที่มั่นคงและมีความเชื่อที่เข้มแข็งบ้างไหม เคยประหลาดใจในความเสียสละ ความอดทน ความจงรักภักดีและความปรารถนาจะมีประสบการณ์ทางจิตวิญญาณเหมือนกับของเขาบ้างไหม? พระเจ้าทรงมอบข่าวพิเศษในยุคของเราในพระธรรมวิวรณ์บทที่ 14 เพราะจะทำให้ได้รับประสบการณ์ต่างๆ 

        ดังที่กล่าวไว้ในบทที่ 25 ของบทเรียนนี้ พระธรรมวิวรณ์ 12:17 ชี้ให้เห็นคริสตชนในวาระสุดท้าย คือ “คนทั้งหลายที่รักษาพระบัญญัติของพระเจ้าและยึดถือคำพยานของพระเยซู” พระธรรมวิวรณ์ 14:12 อธิบายถึงคนกลุ่มนี้ว่า “พวกธรรมิกชนที่ถือรักษาพระบัญญัติของพระเจ้า และจงรักภักดีต่อพระเยซู”

ให้เราสรุปลักษณะของคริสตชนในวาระสุดท้ายดังนี้

        (1) คนเหล่านี้ “ยึดถือคำพยานของพระเยซู” ถึงแม้เมื่อซาตานแสดงความโกรธใส่พวกเขา คนเหล่านี้ยังคง “จงรักภักดีต่อพระเยซู” ความเชื่อของเขาไม่ได้มาจากตัวเขาเองแต่เป็นของประทานจากพระเจ้า (เอเฟซัส 2:8) คริสตจักรในยุคสุดท้ายของพระเจ้ามองเห็นพระคริสต์ชัดเจนยิ่งขึ้นในพระอุปนิสัยที่แท้จริง และโดยพระคุณของพระองค์ และด้วยความเชื่อ พวกเขากลายเป็นบุคคลตัวอย่างของพลังอำนาจแห่งพระคริสต์ที่สถิตอยู่ด้วย

        (2) คนเหล่านี้ “รักษา.....ความเชื่อในพระเยซู” (วิวรณ์ 14:12) ความเชื่อที่พระเยซูทรงมี ความเชื่อที่พระองค์ทรงสอน ความเชื่อว่าพระองค์ทรงพระชนม์ ขณะนี้อยู่ในจิตใจของเขาเหล่านั้นอย่างเต็มล้น ในสมัยก่อนผู้มีความเชื่อทั้งหลายไม่เพียงแต่จะมีความจริงเท่านั้นแต่พวกเขา “รักษา” ความจริงนั้นด้วยการปฏิบัติตามความจริงนั้น สำหรับเขาเหล่านั้นศาสนาคือชีวิต ความเชื่อเกี่ยวข้องกับการประพฤติและความเชื่อเกี่ยวเนืองกับเชื่อฟัง แต่ละคนดำรงชีวิตโดยแสดงออกถึง “ความเชื่อในพระเยซู” เขาพบว่าการศึกษาพระคัมภีร์อย่างเอาจริงเอาจังเมื่อนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน ช่วยเสริมสร้างชีวิตคริสเตียนให้มีพลังมากยิ่งขึ้น เขาพบความจริงในพระวจนะที่ยิ่งใหญ่เหล่านี้ที่จะคอยเสริมความรักและความเสียสละแด่พระคริสต์ ซึ่งสนองต่อความต้องการทุกสิ่งที่หัวใจของมนุษย์โหยหา 

        (3) คนเหล่านี้ “รักษาพระบัญญัติของพระเจ้า” คือพระบัญญัติสิบประการ พระบัญญัติแห่งศีลธรรมของพระเจ้า เขาต้องการรักษาพระบัญญัติทุกข้อของพระเจ้าตามพระทัยของพระองค์มากกว่าสิ่งใด พวกเขาแสดงความรักต่อพระเจ้าและคนอื่นๆ โดยปฏิบัติตามพระบัญญัติทั้งหมดของพระองค์ รวมทั้งพระบัญญัติข้อที่สี่ ที่นำเราให้นมัสการพระผู้สร้าง โดยการให้เกียรติวันเสาร์ วันสะบาโตวันที่เจ็ด

        (4) คนเหล่านี้แบ่งปัน “ข่าวประเสริฐนิรันดร์” ไปทั่วโลก (วิวรณ์ 14:6) ข่าวประเสริฐประกาศว่า พระเยซูทรงสิ้นพระชนม์เพื่อบาปของเราและเป็นขึ้นมาจากความตาย เพื่อเราจะสามารถรับรู้การช่วยให้รอดบาปจากพระองค์ คริสตจักรในยุคสุดท้ายของพระคริสต์เรียกร้องชนชาติทุกแห่งออกจากความสับสนทางศาสนา และสร้างสัมพันธ์กับพระคริสต์บนพื้นฐานความจริงตามพระคริสตธรรมคัมภีร์เท่านั้น

        (5) คนเหล่านี้ไวต่อความเร่งรีบ เพราะทูตสวรรค์ร้องออกมาว่า “เพราะถึงเวลาเกี่ยวแล้ว เพราะว่าผลที่ต้องเก็บเกี่ยวบนแผ่นดินโลกสุกงอมแล้ว” (วิวรณ์ 14:15) แต่คนนับล้านๆ ยังไม่พบพระคริสต์ 

        (6) คนเหล่านี้ร้อนรนในพันธกิจที่พระเจ้าทรงมอบหมาย เพราะ “นครบาบิโลนที่ยิ่งใหญ่” ยังเสื่อมสลายได้ เขาทั้งหลายร้องบอกคนที่ยังคงสับสนในศาสนาว่า “จงออกมาจากนครนั้นเถิด ชนชาติของเราเอ๋ย” (วิวรณ์ 18:4) เขาทั้งหลายปรารถนาที่จะแบ่งปันความสัมพันธ์อันวิเศษกับพระคริสต์และแบ่งปันความสุขให้แก่ทุกคน 

        ข่าวสารทูตสวรรค์สามองค์ได้เรียกคริสตชนในวาระสุดท้ายนับล้านๆ ดวงรวมตัวกันมากขึ้น ชีวิตพวกเขานำคนเหล่านี้เข้าร่วมกับอัครสาวกยอห์นเพื่อเชิญชวนมายังท่านด้วยความยินดีดังนี้

        “สิ่งที่เราได้เห็นได้ยินนั้นเราก็ประกาศให้พวกท่านรู้ด้วย เพื่อท่านจะได้มีสามัคคีธรรมกับเราและเราก็มีสามัคคีธรรมกับพระบิดา และกับพระเยซูคริสต์พระบุตรของพระองค์ และเราเขียนข้อความเหล่านี้ เพื่อความชื่นชมยินดีของเราจะได้เต็มเปี่ยม” 1 ยอห์น 1:3,4 

        พระเยซูทรงเชื้อเชิญท่านโดยพระวิญญาณและคริสตจักรของพระองค์ ให้เข้ามาและมอบทุกสิ่งทุกอย่างแด่พระองค์

        “พระวิญญาณและเจ้าสาว [คริสตจักร] กล่าวว่า ‘เชิญเสด็จมาเถิด!’ และให้คนที่ได้ยินกล่าวด้วยว่า ‘เชิญเสด็จมาเถิด!’ คนที่กระหายเชิญเข้ามา ใครที่มีใจปรารถนา จงมารับน้ำแห่งชีวิตโดยไม่ต้องเสียอะไรเลย” วิวรณ์ 22:17
 
<< หน้าก่อน                                  หน้าถัดไป >>
Comments