ข้อที่ 4. คริสตจักรของพระเจ้าในปัจจุบัน

        เรื่องราวของคริสตจักรแท้ของพระคริสต์ตั้งแต่ค.ศ. 1798 ดำเนินมาจนถึงสมัยของเรา พญานาคยังคงโกรธประชาชาติของพระผู้เป็นเจ้าเหมือนเดิม มหาสงครามที่มองไม่เห็นยังคงดำเนินต่อไป ความจริงแล้วซาตานวางแผนจะโจมตีคริสตจักรครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดเพียงก่อนการเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซู 

        “แล้วพญานาค [มาร] ก็โกรธแค้นหญิงนั้น [คริสตจักรของพระเจ้า] มันจึงออกไปทำสงครามกับพงศ์พันธุ์ที่เหลืออยู่ของนาง คือคนทั้งหลายที่รักษาพระบัญญัติของพระเจ้าและยึดถือคำพยานของพระเยซู” วิวรณ์ 12:17

        คำพยากรณ์นี้ชี้มาที่ยุคของเรา ซาตานโกรธแค้นจึงทำสงครามกับ “พงศ์พันธุ์” “ที่เหลือ” ของนางคือประชากรในยุคปัจจุบันของพระเจ้า โปรดสังเกตลักษณะสำคัญของคริสตชนเหล่านี้ 

        (1) ผู้เชื่อยุคสุดท้าย “ยึดถือคำพยานของพระเยซู” ด้วยการยึดมั่นในหลักข้อเชื่ออันบริสุทธิ์ในพระวจนะของพระเจ้าอย่างแรงกล้า พวกเขาเป็นพยานให้แก่พระเยซูโดยการดำเนินชีวิตคริสเตียนที่เต็มล้นด้วยพลัง 

        (2) คริสตชนในวาระสุดท้ายเป็นกลุ่มชนตามคำพยากรณ์ การรับ “คำพยานของพระเยซูคริสต์” ทำให้ยอห์นเขียนพระธรรมวิวรณ์ (วิวรณ์ 1:1-3) กลุ่มผู้เชื่อสุดท้ายจะได้รับของประทานเหมือนกันคือ เป็นพยานโดยผู้เชื่อที่ได้รับของประทานที่เหมือนกัน คือ คำพยานจากพระเจ้าโดยผู้สื่อข่าวในโลกนี้ ของประทานในการเทศนาพยากรณ์เน้นให้เห็นถึงการเปิดเผยของพระเจ้า เพื่อการทำพันธกิจการประกาศข่าวประเสริฐและจุดหมายปลายทางแห่งชีวิตของเขา 

        (3) คริสตชนในวาระสุดท้ายได้รับการกล่าวขานว่าเป็น “คนทั้งหลายที่รักษาพระบัญญัติของพระเจ้า” พวกเขาไม่เพียงแต่ปกป้องความสมบูรณ์ของพระบัญญัติสิบประการเท่านั้น แต่ประพฤติตามด้วย “ความรักของพระเจ้าทำให้หัวใจเขาเชื่อฟังอย่างเบิกบาน (โรม 5:5, 13:8-10)

        คริสตชนในวาระสุดท้ายเหล่านี้ทำตามแบบอย่างพระคริสต์และคริสตจักรยุคแรกที่ประพฤติตามพระบัญญัติของพระเจ้า ด้วยเหตุนี้ยั่วยุให้พญานาคศัตรูของเขาโกรธเคืองอย่างยิ่ง มารจึงทำสงครามกับ “พงศ์พันธุ์” “ที่เหลือ” ของนางนั้น เพราะพวกเขายึดถือคำพยานที่ความรักของพระเจ้าได้สร้างขึ้นให้กลายเป็นสาวกที่เชื่อฟัง ดังที่พระเยซูทรงตรัสว่า

        “ถ้าพวกท่านรักเรา ท่านก็จะประพฤติตามบัญญัติของเรา” ยอห์น 14:15

        เป็นไปได้ที่การดำเนินชีวิตของคริสตชนในวาระสุดท้ายจะรักพระเจ้าอย่างสุดจิตสุดใจและรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตัวเราเองตามที่พระคริสต์ตรัสไว้ คุณค่าเหล่านี้ คือ การรักพระเจ้าและการรักเพื่อนบ้าน เป็นข้อสรุปใหญ่ของพระบัญญัติสิบประการของพระเจ้า (มัทธิว 22:35-40)

        พระบัญญัติข้อที่สี่ให้เรารักษาวันเสาร์ (วันที่เจ็ดของสัปดาห์) เป็นวันสะบาโต เพราะความรักในพระเยซูจึงสลักพระบัญญัติสิบประการไว้ในจิตใจ คริสตชนในวาระสุดท้ายจึงเป็นผู้รักษาวันสะบาโตที่แท้จริงของพระเจ้า 

        ในพระธรรมวิวรณ์บทที่ 12 และ 14:6-15 วันสะบาโตเป็นหัวใจของข่าวสารสุดท้ายของพระเจ้าที่มีต่อประชากรของพระองค์ แหล่งชขุมทรัพย์แห่งสวรรค์ทั้งหมดเรียงรายไว้ให้คริสตชนยุคสุดปลายได้รับรู้ ซึ่งบรรยายไว้ในบทเหล่านี้ พระผู้ช่วยให้รอดซึ่งผู้ทรงพระชนม์เสด็จมาเป็นมิตรสหายพวกเขาอย่างสม่ำเสมอด้วย และพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงทำงานที่ “เสริมกำลังด้วยฤทธิ์อำนาจในตัวเรา” คำสัญญานั้นแน่นอน เขาจะชนะซาตาน “โดยพระโลหิตของพระเมษโปดกและด้วยคำพยานของพวกเขาเอง” (วิวรณ์ 12:11)

        ท่านปรารถนาที่จะเป็นหนึ่งในคริสตชนในยุคสุดท้ายที่ “รักษาพระบัญญัติของพระเจ้าและยึดถือคำพยานของพระเยซู หรือไม่? เหตุใดจึงไม่ตัดสินใจเสียแต่เดี๋ยวนี้?
 
<< หน้าก่อน                                  หน้าถัดไป >>
Comments