ข้อที่ 5. ความชื่นชมยินดีจากการร่วมนมัสการ

        ในส่วนลึกของหัวใจเรายังคงเฝ้าถวิลหาการนมัสการพระเจ้า และหากเราไม่ได้ไปนมัสการตามที่ใจปรารถนาความรู้สึกนั้นก็จะเหือดแห้งไปโดยปริยาย ผู้เขียนพระธรรมสดุดีรู้สึกอย่างไรเมื่อเขาจะได้ไปสถานที่มีการนมัสการพระเจ้า? 

                “ข้าพเจ้ายินดี เมื่อเขากล่าวแก่ข้าพเจ้าว่า ‘ให้เราไปยังพระนิเวศพระเจ้าเถิด’” สดุดี 122:1


        ดนตรีเข้ามามีส่วนในการนมัสการพระเจ้าในที่ชุมนุมชนอย่างไร?

                “จงปรนนิบัติพระเจ้า ด้วยความยินดี จงเข้ามาเฝ้าพระองค์ด้วยการร้องเพลง” สดุดี 100:2



        พระคัมภีร์บอกเราว่า การถวายทรัพย์เป็นเรื่องที่เหมาะสมในการนมัสการพระผู้เป็นเจ้า

                “จงนำเครื่องบูชา และมายังบริเวณพระนิเวศของพระองค์ จงประดับกายด้วยเครื่องบริสุทธิ์นมัสการพระเจ้าในความตระการแห่งความศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์” สดุดี 96:8-9



        การอธิษฐานมีส่วนสำคัญในการนมัสการพระผู้เป็นเจ้าในที่ชุมนุมเช่นกัน

                “มาเถิด ให้เรานมัสการและกราบลง ให้เราคุกเข่าลงต่อพระเจ้าผู้ทรงสร้างพวกเรา” สดุดี 95:6


        การศึกษาพระคัมภีร์หรือการเทศนาเป็นศูนย์กลางของการนมัสการในพระคัมภีร์พันธสัญญาใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเทศนาของเปโตรในวันเทศกาลเพ็นเทคอสต์ ในพระธรรมกิจการของอัครทูต บทที่ 2 นับจากการสมัยของผู้ปฏิรูปศาสนาโปรเตสแตนท์จวบจนปัจจุบัน การฟื้นฟูศาสนาครั้งสำคัญทุกครั้งมีการเทศนาโดยยึดเอาพระวจนะในพระคริสตธรรมคัมภีร์เป็นหลัก ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น? ก็เพราะ “พระวจนะของพระเจ้านั้นมีชีวิตและทรงพลานุภาพอยู่เสมอ และคมยิ่งกว่าดาบสองคมใดๆ” (ฮีบรู 4:12-13)
 
<< หน้าก่อน                                  หน้าถัดไป >>
Comments