ข้อที่ 3. การเชื่อมความสัมพันธ์กับพระเยซูทุกสัปดาห์

         หลังจากที่พระคริสต์ทรงสร้างโลกในหกวัน (โคโลสี 1:16-17) พระองค์ทรงจัดเตรียมวันหยุดพักสะบาโต เพื่อเป็นโอกาสให้มนุษย์ปลูกฝังการเข้าสนิทระหว่างเรากับองค์พระผู้เป็นเจ้า

         “พระเจ้าทรงทอดพระเนตรสิ่งทั้งปวงที่พระองค์ทรงสร้างไว้ ดูสิ ทรงเห็นว่าดียิ่งนักมีเวลาเย็นและเวลาเช้าเป็นวันที่หก ฟ้าสวรรค์และแผ่นดิน และสรรพสิ่งทั้งสิ้นที่มีอยู่ในนั้นก็ถูกสร้างเสร็จ วันที่เจ็ด พระเจ้าก็เสร็จงานของพระองค์ที่ทรงทำมานั้น ในวันที่เจ็ดนั้นก็ทรงหยุดพักจากการงานทั้งสิ้นของพระองค์ที่ได้ทรงกระทำ พระเจ้าจึงทรงอวยพรวันที่เจ็ดทรงตั้งไว้เป็นวันบริสุทธิ์เพราะในวันนั้นพระองค์ทรงหยุดพักจากการงานทั้งปวงที่พระเจ้าทรงเนรมิตสร้างและทรงกระทำ” ปฐมกาล 1:31-2:3

         ในฐานะพระผู้สร้างพระเยซู “ทรงหยุดพัก” ในวันสะบาโตแรกกับอาดัมและเอวา พระองค์ “ทรงอวยพร” วันนั้นและ “ทรงตั้งไว้เป็นวันบริสุทธิ์” พระเจ้าทรงกำหนดให้หนึ่งรอบของสัปดาห์มีเจ็ดวัน ซึ่งมิใช่เพื่อประโยชน์ของพระองค์แต่เพื่ออาดัมเอวาและเพื่อเราในปัจจุบัน เพราะพระองค์ทรงสนพระทัยมนุษย์สองคนที่พระองค์ทรงสร้างอย่างยิ่ง จึงทรงวางแผนให้เขาอุทิศตนเพื่ออยู่เฉพาะพระพักตร์พระเจ้าทุกวันที่เจ็ดตลอดไป ในแต่ละวันสะบาโตจะเป็นหนึ่งวันที่ร่างกายพวกเขาได้หยุดพักและจิตวิญญาณได้รับการฟื้นฟูให้สดชื่นขึ้นใหม่เพราะความบาปเข้ามาให้โลกของเรานี่เองจึงยิ่งทำให้การหยุดพักวันสะบาโตเป็นสิ่งจำเป็นมากขึ้น

         พระผู้ช่วยให้รอดพระองค์นี้ทรงสัญญากับอาดัมและเอวาให้ “หยุดพัก” ประมาณสองพันปีต่อมา ทรงกำหนดให้เป็นพระบัญญัติแก่โมเสสบนภูเขาซีนาย (1โครินธ์ 10:1-4) พระเยซูทรงเลือกบัญญัติการหยุดพักวันสะบาโตให้เป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่งของพระบัญญัติสิบประการ พระบัญญัติข้อที่สี่กล่าวไว้ดังนี้

         จงระลึกถึงวันสะบาโต (คือวันหยุดพัก (งาน) ถือเป็นวันบริสุทธิ์ จงทำงานทั้งสิ้นของเจ้าหกวัน แต่วันที่เจ็ดนั้นเป็นสะบาโตแด่พระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า ในวันนั้นห้ามทำงานใดๆ ไม่ว่าเจ้าเอง หรือบุตรชายบุตรหญิงของเจ้าหรือทาสทาสีของเจ้าหรือสัตว์ใช้งานของเจ้าหรือคนต่างด้าว ที่อาศัยอยู่ในประตูเมืองของเจ้า เพราะในหกวันพระยาห์เวห์ทรงสร้างฟ้าและแผ่นดินทะเลและสรรพสิ่งซึ่งมีอยู่ในที่เหล่านั้นแต่ในวันที่เจ็ดทรงพักเพราะฉะนั้น พระยาห์เวห์ ทรงอวยพรวันสะบาโตและทรงตั้งวันนั้นไว้เป็นวันบริสุทธิ์” อพยพ20:8-11

         พระเจ้าทรงตั้งวันสะบาโตเป็นวันที่ “ระลึกถึง” พระเจ้าผู้ “ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดิน” การหยุดพักวันสะบาโตในแต่ละสัปดาห์เป็นการเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างเรากับพระผู้สร้าง ผู้ทรงอวยพรวันนี้และกำหนดวันนี้ไว้เฉพาะต่างหาก
 เมื่อพระเยซูมาอาศัยอยู่บนโลก พระองค์ทรงใช้โอกาสทุกอย่างเพื่อธำรงความผูกพันที่มีต่อพระบิดา พระองค์ทรงใช้วันหยุดพักสะบาโตให้เป็นประโยชน์ด้วยการนมัสการดังที่ลูกากล่าวว่า

         “แล้วพระองค์เสด็จมาถึงเมืองนาซาเร็ธที่ซึ่งพระองค์ทรงเจริญวัยขึ้น พระองค์เสด็จเข้าไปในธรรมศาลาในวันสะบาโตเช่นเคย” ลูกา 4:16

         หากพระเยซูผู้ทรงเป็นพระเจ้าในสภาพมนุษย์ทรงปรารถนาหยุดพักเฉพาะพระพักตร์พระบิดาในวันสะบาโต แน่นอนยิ่งกว่านั้นมนุษย์จำเป็นต้องทำมากกว่านั้นอีกเท่าไร เมื่อพระเยซูทรงแยกเอากฎข้อบังคับตามกฎของยิวเกี่ยวกับวันสะบาโตออกไป (มัทธิว 12:1-12) เท่ากับพระองค์ทรงชี้ให้เห็นว่าพระเจ้าทรงกำหนดวันสะบาโตเพื่อประโยชน์ของมนุษย์
         “พระองค์จึงตรัสกับพวกเขาว่า ‘วันสะบาโตนั้นทรงตั้งไว้เพื่อมนุษย์ ไม่ได้ทรงสร้างมนุษย์ไว้เพื่อวันสะบาโต เพราะฉะนั้นบุตรมนุษย์เป็นเจ้าเป็นนายเหนือวันสะบาโตด้วย’” มาระโก 2:27, 28

         พระเยซูทรงให้ความสำคัญวันสะบาโต แม้กระทั่งการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ทรงสิ้นพระชนม์ในวันศุกร์ “วันจัดเตรียม และใกล้จะถึงวันสะบาโตแล้ว” (ลูกา 23:54) ในขณะที่พระองค์ทรงประกาศว่า “สำเร็จแล้ว” หมายถึงราชกิจในการเสด็จมายังโลกนี้ของพระองค์และการสิ้นพระชนม์แทนบรรดามนุษย์สำเร็จแล้ว (ยอห์น 19:30; 4:34; 5:30) เป็นการเฉลิมฉลองภารกิจของพระองค์ที่สำเร็จแล้วพระเยซูจึงทรงหยุดพักในอุโมงค์ฝังศพในวันสะบาโต

         พระคริสต์ทรงสร้างสรรพสิ่งสำเร็จในหกวันและทรงหยุดพักในวันที่เจ็ดอย่างไร พระองค์ก็ได้ทรงกระทำราชกิจการไถ่บาปของพระองค์โดยการสิ้นพระชนม์บนกางเขนในวันที่หกแล้วทรงหยุดพักในวันที่เจ็ดสำเร็จอย่างนั้นเหมือนกัน
         พระเยซูทรงออกจากอุโมงฝังศพเช้าวันอาทิตย์เป็นพระผู้ช่วยให้รอดผู้มีชัยชนะ (ลูกา 24:1-7) ทรงขอให้เหล่าสาวกของพระองค์รักษาวันสะบาโต เพื่อพบกับพระองค์หลังการฟื้นคืนพระชนม์
 
        ในการกล่าวถึงการทำลายกรุงเยรูซาเล็มซึ่งเกิดขึ้นราวสี่สิบปีหลังการสิ้นพระชนม์ พระองค์ทรงรับสั่งว่า
         “จงอธิษฐานขอให้วันที่ท่านหนีนั้นจะไม่เกิดในฤดูหนาวหรือวันสะบาโต” มัทธิว 24:20
         พระผู้ช่วยให้รอดของเราทรงมีพระประสงค์ให้เหล่าสาวกและผู้ที่เปลี่ยนความเชื่อทั้งหลายมีโอกาสเรียนรู้สิ่งที่พระองค์ทรงสอนพวกเขาอย่างต่อเนื่อง(ยอห์น 15:15-16) ให้พวกเขารับรู้ทั้งการหยุดพักหลังได้รับการช่วยให้รอดบาป และการหยุดพักวันสะบาโตคนเหล่านั้นไม่ได้ทำให้พระองค์ผิดหวัง หลังจากพระคริสต์สิ้นพระชนม์ สาวกทั้งหลายยังคงรักษาวันสะบาโตต่อเนื่อง (ดูลูกา 23:54-56; กิจการของอัครทูต 13:14; 16:13; 17:2; 18:1-4)
         อัครสาวกยอห์นผู้เป็นที่รัก ติดต่อกับพระคริสต์ในวันสะบาโตทุกสัปดาห์ หลายปีต่อมาเขาเขียนว่า “พระวิญญาณทรงดลใจข้าพเจ้าในวันขององค์พระผู้เป็นเจ้า” (วิวรณ์ 1:10) ตามที่พระเยซูกล่าว “วันขององค์พระผู้เป็นเจ้า” คือวันสะบาโต “เพราะว่าบุตรมนุษย์เป็นเจ้านายเหนือวันสะบาโต” (มัทธิว 12:8)

         ในวันสะบาโตเราเฉลิมฉลองความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่สุดขององค์พระผู้เป็นเจ้าสองประการคือ การเนรมิตสร้างและการช่วยเราให้รอดจากบาป การรักษาวันสะบาโตจะดำเนินต่อไปจนถึงโลกหน้า 
         “‘เพราะสวรรค์ใหม่ และแผ่นดินโลกใหม่ ซึ่งเราจะสร้าง จะยังอยู่ต่อหน้าเราฉันใด พระเจ้าตรัสดังนี้...พระเจ้าตรัสดังนี้ ‘ทุกวันขึ้นค่ำ และทุกวันสะบาโตมนุษย์ทั้งสิ้นจะมานมัสการต่อเรา’” อิสยาห์ 66:22, 23
 
<< หน้าก่อน                                  หน้าถัดไป >>
Comments