ข้อที่ 5. ความลับเจ็ดประการของการตอบรับคำอธิษฐาน

         ด้วยแรงอธิษฐานของโมเสสทำให้ทะเลแดงแยกออกด้วยแรงอธิษฐานของเอลียาห์ทำให้ไฟลงมาจากสวรรค์ ด้วยแรงอธิษฐานของดาเนียลทำให้ทูตสวรรค์ปิดปากสิงโตที่หิวกระหาย พระคริสตธรรมคัมภีร์ได้บันทึกเรื่องราวน่าตื่นเต้นของคำอธิษฐานที่ได้รับคำตอบมากมาย สิ่งนี้เตือนให้ทราบว่าการอธิษฐานเป็นเหมือนการเคาะเรียกฤทธิ์อำนาจที่ยิ่งใหญ่ของพระเจ้า จงพิจารณาพระสัญญาที่ยิ่งใหญ่ของพระคริสต์ที่กล่าวว่า
         “สิ่งใดที่พวกท่านขอในนามของเรา เราจะทำสิ่งนั้น” ยอห์น 14:14

         อย่างไรก็ตามผู้ที่อธิษฐานบางคนดูเหมือนจะไม่สนใจทำไมหรือ? นี่คือหลักเจ็ดประการที่จะช่วยให้ท่านอธิษฐานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
 
(1) เข้าใกล้พระคริสต์เสมอ
         “ถ้าพวกท่านติดสนิทอยู่กับเราและถ้อยคำของเราติดสนิทอยู่กับท่านแล้ว ท่านจะขอสิ่งใดที่ท่านปรารถนา ก็จะได้สิ่งนั้น” ยอห์น 15:7
         เมื่อเราให้ความสำคัญกับพระเจ้าเป็นอันดับแรกและคอยติดต่อกับพระองค์ คอยฟังคำตอบรับการอธิษฐานนั้นก่อนจะผ่านเลยไป
 
(2) เชื่อมั่นพระเจ้า
         “ทุกสิ่งที่ท่านอธิษฐานขอด้วยความเชื่อก็จะได้” มัทธิว 21:22
         ความเชื่อหรือความศรัทธาหมายถึง เรากำลังรอการตอบรับคำอธิษฐาน จากพระบิดาบนสวรรค์ หากท่านยังรู้สึกอึดอัดที่จะมีความเชื่อ ขอให้ท่านจำไว้ว่าพระผู้ช่วยให้รอดของเราทรงกระทำการอัศจรรย์ให้แก่ชายคนที่ทูลขอเมื่อสิ้นหวังดังนี้ “ข้าพเจ้าเชื่อ และขอโปรดช่วยในส่วนที่ขาดอยู่ด้วยเถิด!” มาระโก 9:24
         เพียงแสดงความมุ่งมั่นกับความเชื่อที่มีอยู่จริงๆ อย่ากังวลกับความเชื่อที่ท่านไม่มี
 
(3) ขอให้เป็นไปตามน้ำพระทัยของพระเจ้า
         “นี่เป็นความมั่นใจที่เรามีต่อพระองค์ คือ ถ้าเราทูลขอสิ่งใดที่เป็นพระประสงค์ของพระองค์ พระองค์ก็ทรงฟัง” 1 ยอห์น 5:14
         โปรดระลึกไว้เสมอว่าพระเจ้าทรงมีพระประสงค์ที่จะมอบสิ่งต่างๆ และสอนเราด้วยการอธิษฐาน ดังนั้นพระองค์ทรง “ปฏิเสธ” บางครั้งพระองค์ทรงกระทำให้หันเหไปอีกทิศทางหนึ่ง การอธิษฐานเป็น ทำให้เราได้สัมผัสพระประสงค์ของพระเจ้ายิ่งขึ้น บันทึกสิ่งที่ทูลขออย่างสม่ำเสมอและคอยดูผลลัพธ์ก็จะช่วยได้มาก
         พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงช่วยส่งเราให้ถึงเป้าหมาย “พระวิญญาณทรงอธิษฐานขอเพื่อธรรมิกชนตามพระประสงค์ของพระเจ้า” (โรม 8:27) ขอให้จำไว้ว่าความมุ่งหมายของเราจะตรงกับพระประสงค์ขององค์พระผู้เป็นเจ้า เมื่อเราเห็นสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำตามที่เราทูลขอ
 
(4) รอคอยพระเจ้าด้วยความอดทน
         “ข้าพเจ้าได้เพียรรอคอยพระเจ้า พระองค์ทรงเอนพระองค์ลงฟังคำร้องทูลของข้าพเจ้า” สดุดี 40:1
         ประเด็นสำคัญคือให้ท่านมีจุดศูนย์รวมที่พระเจ้า มุ่งความสนใจไปที่การตอบรับคำอธิษฐานของพระองค์ อย่าเพียงแต่รีบอ้อนวอนทูลขออย่างรวดเร็วแต่กลับมองปัญหาด้วยความหวาดกลัว อย่ายอมให้ความหวาดกลัวชนะท่าน อย่าทูลขอความช่วยเหลือจากพระเจ้าเพียงหนึ่งนาทีแล้วเอาเวลาที่เหลือมาจมปลักกับปัญหาที่วิตก จงรอคอยพระองค์ด้วยความอดทนซึ่งเรามักไม่มีวินัยในข้อนี้
 
(5) อย่ายึดเหนี่ยวความบาปใดๆ
         “ถ้าข้าพเจ้าได้บ่มความชั่วไว้ในใจข้าพเจ้า องค์พระผู้เป็นเจ้าคงไม่ทรงสดับ” สดุดี 66:18
         ขอให้รับรู้ว่าบาปทำให้เกิดวงจรลัดในฤทธานุภาพของพระเจ้าอันมีผลต่อการดำรงชีวิตของเรา ความบาปแยกเราออกจากพระเจ้า (อิสยาห์ 59:1, 2) ท่านไม่สามารถทำบาปมือหนึ่งและขอความช่วยเหลือจากพระเจ้าอีกมือหนึ่ง การสารภาพบาปด้วยความจริงใจและการกลับใจจะช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้
         หากเราไม่ยินยอมให้พระเจ้าทรงนำเพื่อให้หลุดจากความคิด คำพูดและการกระทำที่ชั่วร้ายแล้ว คำอธิษฐานก็จะไม่บังเกิดผล 
         “พวกท่านขอและไม่ได้รับเพราะขอผิด หวังจะเอาไปสนองความปรารถนาชั่วของตนเอง” ยากอบ 4:3
         พระเจ้าไม่ “ตอบรับ” คนใจบาปหรือคนเห็นแก่ตัวขอให้ท่านเปิดหูฟังพระบัญญัติของพระเจ้าและพระประสงค์ของพระองค์ แล้วพระองค์จะทรงเปิดพระกรรณเพื่อสดับฟังคำทูลขอของท่าน
         “ถ้าผู้ใดไม่ฟังพระบัญญัติ แม้คำอธิษฐานของเขาก็เป็นสิ่งน่าเกลียดน่าชัง” สุภาษิต 28:9
(6) ทราบถึงสิ่งที่พระเจ้าทรงต้องการ
         พระเจ้าทรงตอบรับคำอธิษฐานคนที่ทูลขอการประทับอยู่ด้วยของพระองค์ในชีวิตของเขาและประทานพลังอำนาจเพื่อการดำเนินชีวิต
         “คนที่หิวและกระหายความชอบธรรมก็เป็นสุข เพราะว่าพระเจ้าจะทรงให้อิ่ม” มัทธิว 5:6
 
(7) อธิษฐานด้วยความมุ่งมั่น
         พระเยซูได้แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการอธิษฐานอย่างมุ่งมั่นของเรา โดยเล่าเรื่องหญิงม่ายที่เพียรเฝ้าขอร้องผู้พิพากษาอย่างไม่หยุดหย่อน จนในที่สุดผู้พิพากษาพูดอย่างหัวเสียว่า
         “‘แต่เพราะแม่ม่ายคนนี้มาทำให้ข้าลำบาก ข้าจะให้ความยุติธรรมแก่นางเพื่อไม่ให้นางมารบกวนให้รำคาญใจบ่อยๆ!’ และองค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า ‘จงฟังคำที่ผู้พิพากษาอธรรมคนนี้พูด พระเจ้าจะไม่ประทานความยุติธรรมแก่คนที่พระองค์ทรงเลือกไว้ คือพวกที่ร้องถึงพระองค์ทั้งกลางวันกลางคืนหรือ? พระองค์จะทรงอดทนได้หรือ?’” ลูกา 18:5, 7
         จงสนทนาต่อพระองค์เกี่ยวกับความต้องการความหวังและความฝันของท่าน เจาะจงทูลขอ พระพรและความช่วยจากพระองค์ในยามต้องการ เฝ้ารอคอยเฝ้ารอฟังจนท่านได้รับคำตอบบางสิ่งบางอย่างจากพระองค์
 
<< หน้าก่อน                                  หน้าถัดไป >>
Comments