ข้อที่ 3. เมื่อพระเยซูเสด็จมาอีกครั้ง พระองค์จะทำอะไร?

        (1) พระเยซูจะทรงช่วยทุกคนที่รอคอยพระองค์ให้รอดพ้นจากบาป

        “แล้วพระองค์จะทรงส่งทูตสวรรค์ทั้งหลายของพระองค์มาด้วยเสียงแตรที่ดังมาก และให้รวบรวมคนทั้งหมดที่พระองค์ทรงเลือกไว้แล้ว จากทั้งสี่ทิศ ตั้งแต่ที่สุดฟ้าข้างนี้จนถึงที่สุดฟ้าข้างโน้น” มัทธิว 24:31

        หากท่านยอมรับพระเยซูให้เตรียมชีวิตจิตใจของท่าน ท่านจะได้ต้อนรับ พระองค์ด้วยความชื่นชมยินดีในฐานะที่ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดบาปของท่าน
 

        (2) พระเยซูทรงให้คนชอบธรรมที่ตายแล้วที่นอนอยู่ในหลุมฝังศพฟื้นคืนชีวิต

        “คือว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จมาจากสวรรค์ด้วยพระดำรัสสั่ง ด้วยเสียงเรียกของหัวหน้าทูตสวรรค์และด้วยเสียงแตรของพระเจ้า และทุกคนที่ตายแล้วในพระคริสตจ์ ะเปน็ ขึ้นมากอ่ น” 1 เธสะโลนิกา 4:16

        พระเยซูจะเสด็จมาจากสวรรค์พร้อมด้วยพระสุรเสียงอันทรงอานุภาพดังกึกก้องไปทั่วโลก ทรงเปิดหลุมศพทุกหลุมในสุสานทุกแห่ง ทำให้คนตายจากทุกยุค ทุกสมัยนับล้านๆ คนที่วางใจพระองค์กลับเป็นขึ้นมา นับว่าเป็นวันที่น่าชื่นชมยินดีอย่างจะหาใดเทียบได้
 

        (3) เมื่อเสด็จกลับมา พระเยซูจะทรงเปลี่ยนแปลงคนชอบธรรมทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ตายแล้วหรือยังมีชีวิตอยู่

        “หลังจากนั้นพระเจ้าจะทรงรับพวกเราซึ่งยังมีชีวิตอยู่ขึ้นไปในเมฆพร้อมกับคนเหล่านั้น และจะได้พบองค์พระผู้เป็นเจ้าในฟ้าอากาศ อย่างนั้นแหละเราก็จะอยู่กับองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นนิตย์” ข้อ 17

        เพื่อเตรียมความเป็นนิรันดร์ องค์พระคริสต์ทรงเปลี่ยนร่างกายที่เน่าเปื่อย ของเราให้เป็นอมตะสวยงาม

        “นี่แน่ะ ข้าพเจ้ามีความล้ำลึกที่จะบอกกับพวกท่าน คือเราจะไม่ล่วงหลับหมดทุกคน แต่จะถูกเปลี่ยนใหม่ทุกคน ในชั่วขณะเดียว ในพริบตาเดียว เมื่อเป่าแตรครั้งสุดท้าย เพราะว่าจะมีการเป่าแตร และพวกที่ตายแล้วจะถูกทำให้เป็นขึ้นโดยปราศจากความเสื่อมสลาย แล้วเราจะถูกเปลี่ยนใหม่ เพราะว่า สิ่งที่เสื่อมสลายได้นี้ต้องสวมด้วยสิ่งที่เสื่อมสลายไม่ได้ และสภาพที่ต้องตายนี้ต้องสวมด้วยสภาพที่ไม่ตาย” 1 โครินธ์ 15:51-53

        เมื่อพระเยซูเสด็จมา “เราจะถูกเปลี่ยนแปลง” ลองคิดเพียงว่า ไม่มีอีกแล้วโรคไขข้ออักเสบ อัมพาตหรือมะเร็ง โรงพยาบาลต่างๆ และธุรกิจเกี่ยวกับคนตายต้องปิดบริการหมด พระคริสต์เสด็จมาแล้ว
 

        (4) เมื่อเสด็จมาถึงพระเยซูจะทรงรับคนชอบธรรมทุกคนไปสวรรค์ขณะที่ทรงประทับอยู่ในโลก พระเยซูได้ทรงประทานพระสัญญาด้วยพระองค์เองว่า “เราจะกลับมาอีกและรับท่านไปอยู่กับเรา” ในพระนิเวศของพระบิดาของเรา (ดูยอห์น 14:1-3) เปโตรพูดถึงมรดกของการไถ่บาป “ซึ่งได้เก็บรักษาไว้ในสวรรค์แล้วเพื่อพวกท่าน” (1 เปโตร 1:4) เราสามารถรอคอยการสำรวจเมืองมหัศจรรย์ทั้งหลายของพระผู้เป็นเจ้ากรุงเยรูซาเล็มใหม่ และรู้จักกับพระบิดาแห่งสวรรค์ของเรา
 

        (5) พระเยซูจะทรงทำลายความชั่วร้ายความทุกข์ทรมานตลอดไป

        คนอธรรมที่ยังยืนกรานปฏิเสธพระกรุณาคุณของพระเยซู เท่ากับว่าพวกเขาได้พิพากษาตัวเองแล้วอย่างแท้จริง คนเหล่านี้จะรับรู้ถึงความบาปและความเฉยเมยที่เคยมี ทันทีที่จ้องไปที่พระพักตร์ของพระองค์ที่ลอยลงมาจากหมู่เมฆมาอยู่ตรงหน้าพวกเขา ทำให้เห็นความเจ็บปวดอันเหลือทนของพวกเขา คนเหล่านี้จะร้องบอกกับภูเขาและโขดหินว่า “จงล้มทับเราเถิด จงซ่อนเราไว้ให้พ้นจากพระพักตร์ของพระองค์ผู้ประทับอยู่บนพระที่นั่ง และจากพระพิโรธของพระเมษโปดก” (วิวรณ์ 6:16) คนอธรรมเหล่านั้นยอมตายเสียดีกว่าที่จะยืนอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ของพระเยซู 
 
        ผู้ทรงทราบทุกสิ่ง พวกเขารู้ว่าเสียงฟ้าร้องดังสนั่นบนท้องฟ้านั้นเคยเป็นคำอ้อนวอนอย่างสุภาพนิ่มนวลให้ยอมรับพระคุณของพระเจ้า เขาเหล่านั้นมัวแต่เสาะหาทรัพย์สมบัติเงินทองหรือตำแหน่งใหญ่โตอย่างบ้าคลั่ง บัดนี้เขาตระหนักแล้วว่าเขาได้ละเลยสิ่งที่มีคุณค่าแท้จริงในชีวิตของตนเองนี่คือการเปิดเผยที่น่าเศร้าใจ ยิ่งไปกว่านั้นไม่มีใครสักคนที่อยากหลงทาง พระเจ้าทรงพบด้วยพระองค์เองว่า “เราไม่พอใจในความตายของคนอธรรม” (เอเสเคียล 33:11) พระองค์ “ไม่ทรงประสงค์ให้ใครพินาศเลย แต่ทรงประสงค์ให้ทุกคนกลับใจใหม่” (2 เปโตร 3:9) พระเยซูทรงเชิญชวนเราว่า “บรรดาผู้เหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก จงมาหาเรา และเราจะให้ท่านทั้งหลายได้หยุดพัก” (มัทธิว 11:28) แต่แทบไม่น่าเชื่อว่าบางคนไม่ยอมรับคำเชื้อเชิญอันทรงเกียรติของพระองค์
 
<< หน้าก่อน                                  หน้าถัดไป >>
Comments