ข้อที่ 1. พระสัญญา

        บางครั้งเราอาจถูกทดลองใจทำให้สงสัยว่า จริงหรือที่พระคริสต์จะเสด็จลงมาจากฟ้าเพื่อจะได้อยู่ร่วมกับพระองค์ใหม่ เพราะเราแยกจากพระองค์เป็นเวลานานแล้ว ทุกอย่างจบลงด้วยความสุขและเต็มไปด้วยเกียรติ หลังจากที่ต้องผ่านประวัติศาสตร์อันทารุณเกินกว่าที่จะเห็นตอนจบอันสวยงาม มีสิ่งเดียวที่สามารถทำให้เราอยู่อย่างมีความหวังในหัวใจ นั่นคือ พระสัญญาการเสด็จกลับมาของพระเยซู ก่อนที่พระองค์จะอำลาจากบรรดาอัครสาวกกลับไปสู่สวรรค์พระเยซูทรงประทานคำมั่นสัญญาดังนี้
 
        “อย่าให้ใจของพวกท่านเป็นทุกข์เลย พวกท่านวางใจในพระเจ้า จงวางใจในเราด้วย ในพระนิเวศของพระบิดาเรามีที่อยู่มากมาย ถ้าไม่มีเราคงบอกท่านแล้ว เพราะเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับพวกท่าน เมื่อเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านแล้ว เราจะกลับมาอีก และรับท่านไปอยู่กับเรา เพื่อว่าเราอยู่ที่ไหนพวกท่านจะได้อยู่ที่นั่นด้วย” ยอห์น 14:1-3

        ก่อนที่พระเยซูจะเสด็จสู่สวรรค์ พระองค์ทรงให้ความมั่นใจแก่บรรดาผู้ติดตามพระองค์ว่า “เราจะกลับมา!” พระองค์ทรงสัญญาว่าจะกลับมาและรับเราทั้งหมดที่เชื่อพระองค์ไปยังสถานที่พิเศษที่พระองค์ทรงเตรียมไว้ พระคริสตธรรมคัมภีร์กล่าวถึงการเสด็จกลับมาของพระองค์ประมาณ 2500 ครั้ง ความจริงก็คือพระเยซูจะเสด็จกลับมายังโลกนี้เป็นครั้งที่สอง ซึ่งมีความแน่นอน เหมือนกับการที่พระองค์ทรงมีชีวิตบนโลกเมื่อสองพันปีที่แล้วนั่นเอง นานมาแล้วพระเจ้าทรงสัญญาว่า พระเมษโปดก (ลูกแกะของพระเจ้า) จะเสด็จมาพระผู้ช่วยให้รอดบาปจะทรงรับเอาความบาปของเราไว้และทรงให้อภัยบาปแก่มนุษย์ พระสัญญานั้นดูเหมือนจะดีเกินคาดสำหรับหลายคนที่ทำงานหนักเหน็ดเหนื่อยชั่วชีวิตที่ยาวนานบนโลกเก่าแก่ใบนี้แต่พระเยซูเสด็จมาและสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนพระสัญญาเป็นจริงด้วยข่าวดี ที่มากเกินกว่าที่มนุษยชาติจะจินตนาการได้ พระสัญญาของพระองค์ที่จะเสด็จกลับมายังโลกอีกเป็นครั้งที่สองจะเกิดขึ้นจริงอย่างแน่นอน เราสามารถวางใจพระองค์ผู้ทรงรักเรา ว่าพระองค์จะเสด็จกลับมาและอยู่กันอย่างพร้อมหน้าในหมู่ประชาชาติของพระองค์ซึ่งพระองค์ได้ทรงชำระค่าความบาปแทนให้ด้วยราคาที่ไม่สามารถประเมินได้
 
        ตลอดเวลาของการคุมขังอัลแมนโด วัลลาแดร์สยังคงแอบส่งบทกลอนข้อความและภาพวาดต่างๆให้มาร์ธา และบางส่วนได้กลายเป็นงานพิมพ์ของเธอในที่สุด โวหารที่ไพเราะของอัลแมนโดทำให้โลกต้องหลงใหลและเงี่ยหูฟัง รัฐบาลเริ่มกดดันให้ประธานาธิบดีคาสโตรปล่อยนักโทษเหล่านั้นเสียประธานาธิบดีแห่งฝรั่งเศสเข้าแทรกแซงเป็นการส่วนตัว จนในที่สุดเมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ. 1982 นายอัลแมนโด วัลลาแดร์ส ถูกส่งตัวกลับโดยบินตรงไปยังกรุงปารีส เขาแทบไม่เชื่อตัวเองว่าได้รับอิสรภาพจริงถึงแม้เครื่องบินจะลงจอดเรียบร้อยแล้วก็ตาม ในที่สุดความหวังอันแรงกล้าที่เขามีทำให้ผ่านพ้นความทุกข์ทรมานที่ต้องรอคอยนานถึงยี่สิบปี อัลแมนโดวิ่งโผเข้าสู่อ้อมกอดของมาร์ธา
 
        สองสามเดือนต่อมา ผู้คนได้เห็นคู่รักยืนให้คำสัตย์ปฏิญาณในโบสถ์เคนตต์คีแรนน์ ที่ไมอามี่อย่างมีความสุข ในที่สุดทั้งคู่กลับมาอยู่ด้วยกันอย่างสมบูรณ์ คำสัญญาที่ว่า “ผมจะมาหาคุณ” ได้กลายเป็นจริง

        ท่านจินตนาการได้ไหมว่า การอยู่พร้อมหน้ากันนั้นช่างวิเศษอย่างไร ทำให้เราเห็นพระคริสต์แบบสองต่อสอง? ข่าวประเสริฐของพระองค์จะกลืนกินความโศกเศร้า ความผิดหวัง ความหงุดหงิด ความเจ็บปวดที่ซ่อนเร้นในใจเรา การเสด็จกลับมาของพระเยซูจะทำให้เราสมปรารถนาและสมหวังในสิ่งต่างๆ นานาอย่างน่าตื่นเต้นที่สุด และเราจะได้อยู่พร้อมหน้ากัน ใกล้ชิดสนิทสนมกันอย่างวิเศษสุดในจักรวาลตลอดไป
        พระเยซูกำลังเสด็จมาในไม่ช้า ท่านสนใจที่จะพบพระองค์ไหม?
 
<< หน้าก่อน                                  หน้าถัดไป >>
Comments