บทที่ 2. กินอย่างฉลาด

พฤติกรรมการรับประทานอาหาร

โพสต์14 พ.ย. 2556 07:57โดยKharom Promutit   [ อัปเดต 14 พ.ย. 2556 08:01 ]

เชิญใช้เวลาสักนิดเพื่อตรวจสอบดูพฤติกรรมการรับประทานอาหารของท่านว่าเป็นอย่างไร                                                                                                                             

ใช่     ไม่ใช่

  • ท่านรับประทานอาหารหลากหลายชนิดหรือไม่
  • แต่ละวันท่านรับประทานข้าว ขนมปังและธัญญาหารอย่างเพียงพอหรือไม่
  • ท่านรับประทานอาหารที่มีผักประกอบอย่างน้อย มื้อต่อวันหรือไม่
  • ส่วนใหญ่ท่านรับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำหรือไม่
  • ท่านเลือกอาหารและเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลน้อยหรือไม่
  • เมื่อจะรับประทานท่านพยายามที่จะไม่ใส่เกลือในอาหารที่ปรุงเสร็จแล้วหรือไม่
  • น้ำหนักตัวของท่านอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานหรือไม่
  • รอบเอวของท่านเล็กกว่าสะโพกหรือไม่
  • ท่านออกกำลังกายเป็นประจำหรือไม่
  • ขณะรับประทานอาหารท่านมีความสุขกับการพูดคุยกับผู้อื่นหรือไม่
  • เมื่อรับประทานอาหารนอกบ้านหรือสั่งอาหารจานด่วน ท่านเลือก
  • อาหารที่มีน้ำตาลและไขมันต่ำ

 

หากคำตอบของท่าน ใช่ ทุกข้อ แสดงว่าท่านรับประทานอาหารที่เหมาะสมกับสุขภาพเป็นอย่างดี

แต่หากคำตอบของท่านในบางข้อ ไม่ใช่  ท่านควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารใหม่

กินอะไรร่างกายก็เป็นอย่างนั้น

โพสต์14 พ.ย. 2556 07:54โดยKharom Promutit   [ อัปเดต 14 พ.ย. 2556 08:01 ]

            การเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพนั้นจะทำให้ท่านเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างมาก  ท่านจะมีพลังงานและดูดี ท่านสามารถรักษาระดับน้ำหนักและทำให้ร่างกายแข็งแรงป้องกันการติดเชื้อและความเจ็บป่วยได้

            ในบทเรียนนี้เราจะเรียนรู้เรื่องของอาหารเพื่อสุขภาพ คืออะไร และประโยชน์ของอาหารนี้ที่จะช่วยท่านจากนั้นเราก็จะมองถึงปัญหาการขาดธาตุเหล็กซึ่งเป็นปัญหาทั่ว ๆ ไป

                       

คุณจะสามารถทราบถึงการเลือกอาหารและการจัดทำเมนูอาหารที่ถูกต้องจากหลักโภชนาการจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านโภชนาการ

 

โภชนาการอย่างง่าย

          เพื่อให้การเลือกรับประทานอาหารอย่างถูกต้อง ควรเลือกรับประทานอาหารตามภาพสามเหลี่ยมอาหารเพื่อสุขภาพ เพื่อจะได้รับสารอาหารในปริมาณที่พอดี จากสามเหลี่ยมนี้ท่านจะเห็นกลุ่มอาหารหลักสามกลุ่มที่ควรบริโภค ในปริมาณที่เพียงพอและบ่อยครั้ง ท่านจะเห็นว่าไม่ได้มีการห้ามการรับประทานอาหารประเภทอื่น  เพียงแต่ให้จำกัดการรับประทาน หรือรับประทานให้น้อยลง อาหารบางชนิดควรรับประทานเป็นประจำทุกวันและบางอย่างรับประทานเป็นครั้งคราว

 

อาหารชนิดไหนที่ควรรับประทานมากที่สุด

            จากรูปสามเหลี่ยมอาหาร ฐานล่างสุด คือ ข้าว ขนมปัง ธัญพืช  ผลไม้ ผัก และถั่วต่าง ๆ คืออาหารหลักที่เราควรจะรับประทานให้มากทุกวัน

  

สามเหลี่ยมอาหารเพื่อสุขภาพ 
                                                                               

รับประทานแต่น้อย
เนย เนยเทียม (ไขมันไม่อิ่มตัว) น้ำตาล, 
 ครีมทาขนมปังที่มีไขมันน้อย, น้ำมัน (เช่น น้ำมันจากเมล็ดพืช, 
มะกอก, ดอกทานตะวัน) 

รับประทานพอประมาณ
นม, โยเกิร์ต, นมถั่วเหลือง, เนยแข็ง (รวมทั้งชนิดที่มีไขมันต่ำ) , เต้าหู้ ถั่วไม่คลุกเกลือ
 (รวมทั้งเนยถั่ว) ไข่, เมล็ดพืช

รับประทานให้มาก
ผัก, ถั่วต่าง ๆ ข้าว และพวกอาหารที่ทำจากข้าว (รวมทั้งถั่วที่สุกแล้ว ถั่วแห้งต่างๆ ขนมปัง ธัญพืช [รวมทั้งพวก ธัญพืช โฮลวีท ถั่ว]) ผลไม้

 


ขนมปังธัญญาพืชข้าวบะหมี่และถั่วต่าง ๆ

            บางคนลดหรือหลีกเลี่ยงอาหารประเภทแป้งเพราะคิดว่าทำให้อ้วนง่าย เป็นความเข้าใจผิดอย่างมาก เพราะ ข้าว ข้าวโพด ขนมปัง ธัญพืช ล้วนมีประโยชน์และมีความสำคัญ เป็นแหล่งพลังงานที่ร่างกายต้องการมากที่สุดในรูปของแป้ง (คาร์โบไฮเดรต) ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสำคัญที่สุดของร่างกาย  มีเส้นใยอาหาร  โปรตีน วิตามินบี ธาตุเหล็ก และแร่ธาตุอื่น ๆ อีกมากมาย  ควรเลือกรับประทานข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ขนมปังผสมธัญพืช และธัญพืชชนิดต่าง ๆ อาหารที่ผ่านการขัดสี เช่น ข้าวที่สีจนขาว ขนมปังขาว จะสูญเสียคุณค่าทางอาหาร ระหว่างการผ่านกระบวนการขัดสี เช่น พวกกากใย วิตามินและแร่ธาตุจำนวนมาก

 

ผักและผลไม้สด

            ผักและผลไม้สดเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เพิ่มความหลากหลายให้แก่อาหารและเพิ่มรสชาติและคุณค่าอาหารแก่ท่าน เพราะอาหารจำพวกนี้ให้คุณค่าทางโภชนาการสูง ทั้งวิตามิน เกลือแร่ และเส้นใยอาหาร แต่มีแคลอรี่ต่ำ

            ผักผลไม้ที่มีสีเหลือง เช่นพวกส้ม แครอท ฟักทอง มะม่วงเหล่านี้จะเป็นแหล่งของวิตามิน เอ และซี สูง ส่วนพวกผักสีเขียวเข้มอย่างพวกผักคะน้า ผักกวางตุ้ง ผักตำลึง ดอกกะหล่ำ พริก ผักชี ผักต่างๆ เหล่านี้จะมีแคลเซียมและธาตุเล็กจำนวนมาก  ผลไม้รสเปรี้ยว เช่น มะนาว องุ่น มะเขือเทศจะมีวิตามินสูงมาก

 

ถั่ว

พวกพืชตระกูลถั่วต่าง ๆ  ถั่วพู ถั่วฝักยาว ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วแดง ฯลฯ ล้วนมีประโยชน์มาก  นอกจากนี้ การนำถั่วมาปรุงอาหารรวมกับพวกธัญพืชชนิดต่างๆ  เช่น ข้าว ข้าวโพดจะทำให้อาหารมีรสชาติอร่อยยิ่งขึ้น ด้วยการต้ม อบ นึ่ง ยิ่งเพิ่มโปรตีนในอาหาร  ถั่วเหล่านี้จะมีเส้นใยอาหารสูง รวมทั้งวิตามินบี แร่ธาตุต่างๆ  เช่น เหล็ก แคลเซียม โปแตสเซียม ฟอสฟอรัสและแมกนีเซียม  อาหารประเภทนี้มีไขมันต่ำและไขมันอิ่มตัวน้อย ไม่มีคอเลสเตอรอล ซึ่งนับเป็นของแถมที่ดียิ่ง

 

อาหารประเภทไหนที่ควรรับประทานให้พอดี

            กลุ่มอาหารช่วงกลางของสามเหลี่ยมเป็นอาหารที่ประกอบด้วย ปลา เนื้อ เป็ด ไก่ เป็นต้น รวมทั้งอาหารจำพวกถั่ว ไข่ ผลิตภัณฑ์จากนมชนิดต่าง ๆ  ร่างกายควรได้รับอาหารเหล่านี้ทุกวันอย่างเพียงพอ

 

ปลา สัตว์ปีก เนื้อ

          อาหารเหล่านี้เมื่อบริโภคพร้อมถั่วและธัญพืชก็จะเป็นแหล่งโปรตีนที่ดี อย่างไรก็ตาม ต้องระลึกเสมอว่าไม่ควรรับประทานอาหารจำพวกโปรตีนมากเกินไป นักโภชนาการกล่าวว่าควรรับประทานอย่างพอเพียงเท่านั้น อย่ามากเกินไป อาหารเหล่านี้ประกอบด้วย วิตามิน ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส และแร่ธาตุอื่น ๆ ที่จำเป็นและดีสำหรับร่างกาย

 

ผลิตภัณฑ์จากนม

            อาหารที่ได้จากผลิตภัณฑ์จากนมเช่น นมโค โยเกิร์ต และชีส เนยแข็งต่าง ๆ และ รวมไปถึงนมถั่วเหลือง เต้าหู้ อาหารเหล่านี้จะมีโปรตีนและแร่ธาตุสูง ซึ่งดีต่อฟันและกระดูกเพราะมีแคลเซียมมาก สารอาหารอย่างอื่นก็มีด้วย เช่น วิตามินบี เอ และดี ทางที่ดีควรเลือกอาหารจากผลิตภัณฑ์นมพวกที่มีไขมันต่ำ เพื่อลดระดับไขมันส่วนเกินไปจากอาหาร

 

อาหารอะไรที่เราควรรับประทานแต่น้อย

            อาหารที่อยู่ตรงยอดของปิรามิดคือพวกไขมันและน้ำมัน น้ำตาล และอาหารหวาน ๆ ควรรับประทานน้อย ๆ แม้ว่าอาหารเหล่านี้จะให้พลังงานสูงแต่มันมีคุณค่าทางโภชนาการต่ำ หากรับประทานอาหารประเภทนี้มาก ๆ ก็จะทำให้ปิรามิดอาหารของคุณไม่สมดุลย์ อาหารพวกมัน ๆ หวาน และเค็มเป็นอาหารที่เราควรเลือกรับประทานแต่น้อยและหากรับประทานมากเกินไปจะทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ได้

แนวทางโภชนาการ

โพสต์14 พ.ย. 2556 07:48โดยKharom Promutit   [ อัปเดต 14 พ.ย. 2556 08:02 ]

ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

            นักโภชนาการผู้เชี่ยวชาญได้บอกแนวทางโภชนาการของการเลือกรับประทานอาหารให้มีสุขภาพดีไว้ดังนี้

·       ให้รับประทานอาหารที่มีความหลากหลายในทุก ๆ มื้อ และรับประทานอาหารให้ครบหมู่ทุกวัน เช่น ผักผลไม้ อาหารจำพวกข้าว ขนมปัง แป้ง นม ผลิตภัณฑ์จากนม (ที่มีไขมันต่ำเนื้อสัตว์ ปลา พอประมาณ และถั่ว ธัญพืชต่าง ๆ

·       รับประทานอาหารจำพวกแป้ง ข้าว ขนมปัง ธัญพืชมาก ๆ (พวกโฮลเกรนผักต่าง  ๆ(รวมทั้งถั่วและผลไม้

·       รับประทานอาหารที่มีไขมันน้อย โดยเฉพาะพวกไขมันอิ่มตัว ให้รับประทานน้อย ๆ

·       พยายามรักษารูปร่าง น้ำหนักตัวโดยการออกกำลังกายและจำกัดอาหารในแต่ละมื้อ

·       หากคุณดื่มสุรา  ควรจำกัดปริมาณด้วยอย่าให้มากเกินไป

·       รับประทานอาหารพวกน้ำตาล และ อาหารรสหวานแต่พอดี อย่ามากจนเกินไป

·       เลือกรับประทานอาหารที่ไม่เค็มจนเกินไป  ปรุงอาหารด้วยเกลือน้อย ๆ

·       ดื่มน้ำให้มาก  ๆในแต่ละวัน

·       หากเป็นสตรีให้นมบุตร ควรรับประทานอาหารให้เพียงพอและมีประโยชน์

·       รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมด้วย เพราะจะสำคัญมาก ๆ ต่อผู้หญิง

·       สตรี ทุกวัย นักกีฬา และผู้ที่เป็นมังสวิรัติ ควรรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กมาก ๆ

 

แนวทางเหล่านี้ จะไม่สามารถรับประกันการมีสุขภาพที่ดีได้ หากยังมีปัจจัยอื่นๆ อีก ที่ส่งผลต่อสุขภาพของคุณ เช่น กรรมพันธุ์ วิถีการดำรงชีวิตประจำวันของคุณ สิ่งแวดล้อม และสุขภาพจิต อย่างยังก็ตาม โภชนาการเป็นปัจจัยที่คุณสามารถควบคุมได้

น้ำและสรุา

โพสต์14 พ.ย. 2556 07:46โดยKharom Promutit   [ อัปเดต 14 พ.ย. 2556 08:02 ]

น้ำ

น้ำคือชีวิต หากไม่มีน้ำ เราไม่อาจจะดำรงชีวิตอยู่ได้ ทุกวัน เราจะสูญเสียน้ำจากร่างกายไป 2.5 ลิตร นั่นก็คือปริมาณน้ำที่เราควรดื่มเพื่อชดเชยน้ำที่เสียไป  เราต้องดื่มน้ำอย่างน้อย 6-8 แก้วต่อวัน และที่เหลือจะมาในรูปอาหาร

            อาการกระหายน้ำไม่ใช่แนวทางที่บอกว่าร่างกายต้องการน้ำเท่าไหร่ การกระหายน้ำเป็นสัญญาณของการขาดน้ำ ซึ่งเมื่อคุณเกิดอาการกระหายน้ำเมื่อไหร่ แสดงว่าร่างกายของคุณขาดน้ำไปแล้ว

            หากคุณไม่ใช่ผู้ที่รักการดื่มน้ำละก็ เรามีวิธีที่จะทำให้คุณได้รับน้ำอย่างเพียงพอ 6-8 แก้วต่อวันได้

·       ดื่มน้ำทันทีหลังตื่นนอนตอนเช้า

·       ตั้งเหยือกน้ำไว้บนโต๊ะทำงาน

·       พยายามพกขวดน้ำเล็ก ๆ ติดตัวไว้เมื่อเดินทางและจะได้ใช้เติมน้ำได้ด้วย

·       ดื่มน้ำ 1-2 แก้วก่อนรับประทานอาหาร 30 นาที

 

สุรา

            การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นไม่มีความจำเป็น แต่หากคุณเป็นคนดื่มละก็ ควรลดปริมาณลง แอลกอฮอล์นั้นให้พลังงานเหลือเฟือแต่ไม่มีประโยชน์เลย และเป็นยาเสพติดที่จะมีผลต่อร่างกายและความประพฤติของคุณ ผู้ที่ดื่มก็แนะนำว่าให้ดื่มน้อย ๆ เพราะสุราส่งผลต่อสุขภาพหลาย ๆ อย่าง เช่น การติดสุรา โรคกระเพาะ ตับแข็ง เบาหวาน  ความดันโลหิตสูง ความจำเสื่อม และ แอลกอฮอล์ยังมีผลต่อการดูดซึมของวิตามินบีและแร่ธาตุต่าง ๆ ด้วย

อาหารที่มีธาตุเหล็ก

โพสต์14 พ.ย. 2556 07:39โดยKharom Promutit   [ อัปเดต 14 พ.ย. 2556 08:03 ]

            ภาวะขาดธาตุเหล็กนั้น มีความจำกัดความไว้ว่า เป็นอาการที่พบมากในผู้ที่ขาดโภชนาการและเกิดมากในประเทศที่พัฒนาแล้ว และประเทศที่กำลังพัฒนา  นี่เป็นเรื่องที่สำคัญเพราะว่าธาตุเหล็กเป็นธาตุที่จำเป็นมากต่อร่างกาย ธาตุเหล็กจะเป็นตัวช่วยให้ร่างกายทำงานได้ดีและสุขภาพดี

 

อะไรจะเกิดขึ้นหากคุณไม่ได้รับธาตุเหล็กอย่างเพียงพอ

            อาการของการขาดธาตุเหล็กก็คือ อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ลดความสามารถในการควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย รวมทั้งยังลดความสามารถทางกายภาพการเคลื่อนไหวของร่างกายอีกด้วย

            ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของเม็ดเลือดแดงที่เรียกว่า ฮีโมโกลบิน ซึ่งจะเป็นตัวที่จับกับออกซิเจนแล้วส่งออกซิเจนไปทั่วร่างกายที่กล้ามเนื้อ และมีผลต่อการออกกำลังกายต่าง ๆ และธาตุเหล็กนี้ยังทำปฏิกิริยาทางเคมีในร่างกายเพื่อให้เกิดพลังงานอีกด้วย

            หากเกิดภาวะขาดธาตุเหล็กเป็นเวลานานแล้วละก็ จะส่งผลให้เกิดโรคโลหิตจาง ซึ่งจะทำให้การผลิตเลือด ฮีโมโกลบินต่ำลง รวมทั้งจะทำให้การส่งออกซิเจนในร่างกายลดน้อยลงด้วย

 

ใครเป็นผู้ที่เสี่ยงการเกิดภาวะขาดธาตุเหล็ก

            ผู้ที่ต้องการธาตุเหล็กเป็นอย่างมากในช่วงของการเจริญเติบโตและเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่น ในผู้ที่กำลังตั้งครรภ์นั้น ร่างกายจะต้องการธาตุเหล็กอย่างมากกว่าปกติ เพราะช่วยเพิ่มปริมาณเม็ดเลือดให้มากขึ้นเพียงพอกับลูกในท้องด้วย

            เม็ดเลือดแดงนั้นจะมีวงจนชีวิตเพียง 120 วัน เมื่อมันตายไป ธาตุเหล็กก็จะถูกนำกลับมาใช้ใหม่ แต่กลไกนี้จะทำให้ปริมาณธาตุเหล็กของผู้ชายสูญเสียไปเพียงเล็กน้อย  แต่ในผู้หญิงวัยมีประจำเดือนจะเกิดการสูยเสียเลือดไปมากเมื่อมีประจำเดือน ดังนั้น ผู้หญิงวัยที่มีประจำเดือนควรรับประทานธาตุเหล็กเพื่อเสิรมสร้างและเกิดสมดุลกับเหล็กที่เสียไป

            หากคุณสงสัยว่าตัวเองขาดธาตุเหล็ก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการตรวจเลือดเพื่อวินิจฉัยว่าปริมาณธาตุเหล็กของคุณต่ำไปหรือไม่ หรือว่าอาการที่เกิดขึ้นนั้นเป็นอาการของโรคอื่น ๆ หรือไม่

 

เราต้องการธาตุเหล็กปริมาณเท่าไหร่

            ในคำแนะนำของอาหารประจำวัน กำหนดธาตุเหล็กที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวันดังนี้

 

ทารก

0-6 เดือน                                              0.5 มิลลิกรัม

7-12 เดือน                                               9 มิลลิกรัม

 

เด็ก

1-11 ปี                                                 6-8 มิลลิกรัม

12-18 ปี                                           10-13 มิลลิกรัม

 

ผู้หญิง

19-54 ปี                                           12-16 มิลลิกรัม

54 ปีขึ้นไป                                            5-7 มิลลิกรัม

ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์                               22-36 มิลลิกรัม

ผู้ที่กำลังให้นมบุตร                             12-16 มิลลิกรัม

 

ผู้ชาย

19 ปีขึ้นไป                                7 มิลลิกรัม

 

แหล่งอาหารที่ดีของธาตุเหล็ก

            จะมีอาหารอยู่สองประเภทที่เป็นแหล่งของธาตุเหล็ก นั่นคือ  เหล็กที่มีฮีม  พบในอาหารจำพวก ตับ ไต เนื้อสัตว์ อาหารทะเล และสัตว์ปีก  เหล็กที่มีฮีมนั้นจะสามารถดูดซึมได้มีในร่างกาย    ส่วน เหล็กที่ไม่มีฮีมนั้น จะพบในอาหารจำพวก ถั่วต่าง ๆ ธัญพืช และข้าวต่าง ๆ  ผักใบเขียว  เหล็กที่ไม่มีฮีมนั้นจะดูดซึมในร่างกายไม่ดีเท่าเหล็กที่มีฮีม อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เป็นมังสวิรัติยังสามารถรับปริมาณเหล็กจากอาหารที่รับประทานได้อย่างพอเพียง

            การปฏิบัติตามแผนการโภชนาการตัวอย่างสำหรับผู้รับประทานมังสวิรัติจะสามารถรับธาตุเหล็กได้อย่างพอเพียง

 

แหล่งธาตุเหล็กของอาหารที่ไม่ใช่เนื้อสัตว์


แหล่งอาหาร                                                      ปริมาณธาตุเหล็ก (มิลลิกรัม)

ถั่ว ต่าง ๆ ถั่วแห้ง (1 ถ้วยที่ปรุงสุกแล้ว)                         3.2

ซีเรียล ที่ผสมธาตุเหล็ก  (ตัวอย่างเช่น ซีเรียลอาหารเช้า มื้อ)     3.0

เต้าหู้  ก้อน  (9x5x3 cm)                                                        2.8

เม็ดมะม่วงหิมพานต์  25 ผล (50 กรัม)                                        2.5

ผลอะพริคอทแห้ง  10 ลูก  ( 50 กรัม)                                          1.6

ถั่วลันเตา สด หรือแช่แข็ง ถ้วย (60 กรัม)                                 1.3

ข้าวโอ๊ตแห้ง 1/3 ถ้วย  (30 กรัม)                                                1.1

ลูกเกด  ช้อนชา  (10 กรัม)                                                      1.1

จมูกข้าว  ช้อนชา  (10 กรัม)                                                   1.0

ผลอัลมอนด์ 20-25 ผล  (25 กรัม)                                               1.0

ไข่ทอดในน้ำ  (50 กรัม)                                                              1.0

ดอกกะหล่ำ สุก 2/3 ถ้วย (100 กรัม)                                           1.0

ผักคละชนิดผสมกัน  มื้อ (100 กรัม)                                         0.8

ขนมปังธัญพืช (โฮลวีท)  1 แผ่น (30 กรัม)                                   0.7

น้ำองุ่น แก้ว  (250 ml)                                                            0.5

กล้วย ผล  (100 กรัม)                                                             0.5

ขนมปังขาว  แผ่น (28 กรัม)                                                    0.3

 

ทำอย่างไรจึงจะได้ปริมาณธาตุเหล็กที่มากที่สุดจากอาหาร

สารอาหารในอาหารจะสามารถลดปริมาณการดูดซึมธาตุเหล็กที่ไม่มีฮีมในร่างกายของคุณได้  แทนนินและกรดไฟติก เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้การดูดซึมของธาตุเหล็กลดลง  แทนนินพบในชา ดังนั้นหากคุณดื่มชา ไม่ควรดื่มพร้อมกับอาหาร   ส่วนกรดไฟติกนั้นพบในรำข้าว  แต่อย่าตกใจ เพราะว่าคงไม่มีใครรับประทานรำข้าวอยู่แล้ว

         

อาหารที่มีปริมาณวิตามินซีสูง จะเพิ่มการดูดซึมของธาตุเหล็กจากอาหารที่มีเหล็กที่ไม่มีฮีมได้อย่างดีเมื่อรับประทานด้วยกัน  อย่างเช่น ควรดื่มน้ำส้ม กับอาหารเช้าที่มีซีเรียลธัญพืชเพื่อเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก

 

ดูเพิ่มเติม…..ดูเนื้อหาต่อในเล่ม เพื่อจะได้ทราบถึงการหลีกเลี่ยงโรคที่เกิดได้จากวิถีการดำเนินชีวิตของคุณ คือ โรคหัวใจ และกระดูกพรุน

 

ทบทวน

          เมื่อศึกษาบทเรียนจบแล้ว ทบทวนความรู้ด้วยการตอบคำถามท้ายบท

1-5 of 5